Brendon, Author at สูตรเค้กไม่ลับมีมากกว่า 10000 สูตร - Page 5 of 6

เค้กชาเขียว

 

” เค้กชาเขียว “ เมนูแสนอร่อยที่หอมผสมผสานระหว่าง เเป้งเค้กและกินของชาเขียว

ถือเป็นเมนูที่สามารถทำเองได้ไม่ยาก เราลองมาดูวิธีทำแล้วไปพร้อม ๆกันเลย

 

ส่วนผสม ของแป้ง

• แป้งเค้ก (ที่ร่อนแล้ว) 1/2 ถ้วย
• ผงฟู 1/2 ช้อนชา
• ผงชาเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1) 1/4 ถ้วย

ส่วนผสม ไข่แดง

• ไข่แดง 2 ฟอง
• น้ำมันเมล็ดชา 2 ช้อนโต๊ะ (หรือใช้น้ำมันพืชแทนได้)
• น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม ไข่ขาว

• ไข่ขาว 2 ฟอง
• น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) 1/3 ถ้วย
• สีผสมอาหารสีเขียว เล็กน้อย (ไม่ใส่ก็ได้)
• ครีมสด (สำหรับแต่งหน้าเค้ก) สามารถเข้าไปดูเคล็ดลับวิธีตีครีมสดได้ที่ เฟซบุ๊ก Baking Glory

วิธีทำเค้กชาเขียว

1. วิธีทำส่วนผสมของแห้ง โดยร่อนแป้งเค้ก (ที่ร่อนแล้ว) กับผงฟู ผงชาเขียว และเกลือป่นเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่น้ำตาลทรายส่วนที่ 1 ลงไป เตรียมไว้
2. วิธีทำส่วนผสมไข่แดง โดยตีไข่แดง น้ำมัน และน้ำเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
3. วิธีทำส่วนผสมไข่ขาว โดยตีไข่ขาวกับน้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) เข้าด้วยกันจนตั้งยอดแข็ง
เคล็ดลับ : ภาชนะตีไข่ขาวต้องแห้งและสะอาด เพราะถ้าไม่แห้งไข่ขาวจะตีไม่ขึ้นฟูแน่นอน
4. นำส่วนผสมไข่แดงผสมกับส่วนผสมของแห้ง คนผสมให้เข้ากันจนเนียน และชาเขียวไม่เป็นเม็ด ใส่สีผสมอาหารสีเขียวลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำไปผสมกับส่วนผสมไข่ขาว คนผสมพอเข้ากัน เทส่วนผสมใส่พิมพ์ นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส นานประมาณ 30 นาที

เคล็ดลับ : เวลาอบขึ้นอยู่กับไซส์ถาดด้วย ถ้าถาดเล็กจิ๋วแบบถ้วยก็ประมาณ 20 นาที ต้องคอยดู และจิ้มเช็กดูเนื้อ ใช้ไม้จิ้มฟันลองจิ้มดู ถ้าเนื้อไม่ติดไม้ก็สุกแล้ว อย่าอบนานไปเพราะเนื้อจะแห้ง

5. นำเค้กที่อบเสร็จแล้วมาผ่าครึ่งแล้วทาด้วยวิปปิ้งครีมที่ตีไว้ตามชอบ โรยผงชาเขียวก่อนเสิร์ฟ
เคล็ดลับ : โดยส่วนตัวหน้าเค้กอาจต้องเติมกลิ่นวานิลลาลงไปเล็กน้อย เพราะจะได้มีความหอมหวานขึ้นมา ลำพังแต่กลิ่นชาเขียวอย่างเดียว ค่อนข้างเขียว ๆ อยู่ จะเอาป๊อกกี้รสชาเขียวมาแต่ง โรยผงชาเขียวก่อนเสิร์ฟ เพราะผงชาเขียวจะได้สีสวยอยู่ ถ้าโรยก่อนสีชาเขียวจะเข้ม เพราะโดนความชื้น

แหล่งที่มา cooking.kapook

Read More

Strawberry & Watermelon Cake (เค้กแตงโมและสตรอว์เบอร์รี่)

 

เค้กแตงโม สูตรนี้ดัดแปลงจากเค้กแตงโม ที่เป็นที่ โด่งดังในเมืองซิดนีย์ โดยมีตัวเค้กที่มีส่วนผสมของเมล็ดแตงโมอยู่ด้วย

เสิร์ฟกับครีมที่มีกลิ่นหอมของสตรอว์เบอร์รี่ ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รี่ องุ่น กลีบกุหลาบ และถั่วพิสตาชิโอ

 

ส่วนประกอบ

เมล็ดแตงโม90 กรัม

น้ำตาลไอซิ่ง80 กรัม

เบกกิ้งโซดา¼ ช้อนชา

น้ำตาลทราย65 กรัม

ไข่ขาว150 กรัม

แป้งสาลีอเนกประสงค์45 กรัม

ครีมสตรอว์เบอร์รี่

ครีม1½ ถ้วย

น้ำตาลไอซิ่ง1 ช้อนโต๊ะ

กลิ่นสตรอว์เบอร์รี่1 ช้อนชา

ตกแต่ง

แตงโมสำหรับเสิร์ฟ

สตรอว์เบอร์รี่สำหรับเสิร์ฟ

องุ่นแดงสำหรับเสิร์ฟ

กลีบกุหลาบแห้งสำหรับเสิร์ฟ

ถั่วพิสตาชิโอสำหรับเสิร์ฟ

 

วิธีทำ

1.เปิดเตาอบ 180 องศาเซลเซียส เตรียมถาดอบรองด้วยกระดาษไข

2.ทำเค้กเมล็ดแตงโม โดยการนำ เมล็ดแตงโมไปปั่น น้ำตาลไอซิ่ง แป้งสาลีและเบกกิ้งโซดาในเครื่องบดสับพักไว้ จากนั้นนำไข่ขาวมาตีกับน้ำตาลทรายด้วยหัวตีตะกร้อ จนตั้งยอดดี

3.นำส่วนผสมเมล็ดแตงโมที่พักไว้มาตะล่อมกับเมอแร็งก์ นำส่วนผสมใส่ในถุงบีบ ใช้หัวบีบขนาด 1 เซนติเมตร บีบส่วนผสมเป็นแผ่นกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 เซนติเมตร เป็นจำนวน 8 วง นำเข้าอบเป็นเวลา 10 นาที พักให้เย็นบนถาด แล้วจึงลอกออกจากกระดาษไข ใช้คุกกี้คัทเตอร์วงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 เซนติเมตร ตัดเค้กเป็นวงกลม พักไว้

4.ทำครีมสตรอว์เบอร์รี่โดยการ ร่อนน้ำตาลไอซิ่งลงในครีม (ควรเป็นครีมที่เย็น) จากนั้นเติมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่ ตีด้วยหัวตีตะกร้อจนขึ้นตัวดีพักไว้

5.หั่นแตงโมเป็นแผ่นหนา 1 เซนติเมตร ใช้คัทเตอร์วงกลม ตัดเป็นขนาดเท่ากับตัวเค้ก เป็นจำนวน 4 ชิ้น

6.วางเค้กบนจาน บีบครีมบางๆ ให้ทั่ว วางแตงโม แล้วบีบครีมบางๆ อีกชั้น ตามด้วยเค้กอีกชิ้น และครีมอีกหนึ่งชั้น ทำให้ได้ 4 ชิ้น แต่งด้วยสตรอว์เบอร์รี่ องุ่นแดง กลีบกุหลาบ และพิสตาชิโอ

แหล่งที่มา  pholfoodmafia

Read More

. เครปเค้กซอสราสป์เบอร์รี

 

” เครปเค้กซอสราสป์เบอร์รี ”  (Mille Crepe Cake with Raspberry Sauce) Stradivarius แป้งเครปเนื้อนุ่มพร้อมสูตรวิปครีม และสูตรซอสราสป์เบอร์รี หน้าตาหรู วิธีทำไม่ยากอย่างที่คิด

ส่วนผสม แป้งเครป

• แป้งเค้ก 200 กรัม
• ผงฟู 1/2 ช้อนชา
• ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 6 ฟอง
• นมสด 250 กรัม
• วิปครีม หรือนมข้นจืด 200 กรัม
• น้ำเปล่า 300 กรัม
• น้ำตาลทราย 100 กรัม
• น้ำมันพืช 80 กรัม
• เกลือ 1/2 ช้อนชา
• กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
• เหล้ารัม 1 ช้อนชา

ส่วนผสม ซอสราสป์เบอร์รี

• ราสป์เบอร์รีสด หรือแช่แข็ง 2 ถ้วยตวง (ถ้าแบบแช่แข็งให้เอามาวางไว้ข้างนอกให้หายแข็งสักหน่อย)
• น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยตวง

ส่วนผสม วิปครีม

• วิปปิ้งครีม 4 ถ้วยตวง
• น้ำตาลไอซิ่ง 4-5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ทำซอสราสป์เบอร์รี โดยนำราสป์เบอร์รีใส่ลงในกระทะ ใช้ส้อมยีให้ละเอียด จากนั้นเทน้ำตาลทรายลงไป นำขึ้นตั้งไฟกลาง ๆ รอจนเดือดและข้น ยกลงจากเตา เคล็ดลับ : ถ้าอยากได้ซอสเนียน ๆ ควรเอาไปกรอง แต่ถ้าอยากได้เนื้อราสป์เบอร์รีไม่ต้องกรอง ทิ้งให้เย็นแล้วก็เอาแช่ตู้เย็น เตรียมไว้
2. ทำแป้งเครป โดยนำส่วนผสมแป้งเครปทุกอย่างมาผสมกันในอ่างผสม หรือนำไปปั่นจนแป้งไม่เป็นเม็ดก็พอ จากนั้นนำไปแช่เย็น 2 ชั่วโมง หรือข้ามคืน ควรช้อนฟองออกด้วย (แป้งเครปที่ผสมแล้ว สามารถเก็บได้ถึง 48 ชั่วโมง)
3. ตักแป้งใส่ถ้วยตวงในปริมาณ ขนาด 1/4 ส่วน แล้วนำแป้งไปหยอดลงตรงกลางกระทะ ร่อนให้ทั่วกระทะโดยไม่ให้หนา หรือบางมากเกินไป ทิ้งไว้สัก 2-3 นาที จากนั้นใช้พายซิลิโคนแซะขอบรอบ ๆ แล้วพลิกแป้ง เสร็จแล้วนำไปพักที่ตะแกรง แล้วก็ทอดชั้นต่อไปจนครบ 20 แผ่น หรือตามชอบ
4. ทำวิปปิ้งครีม โดยตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งจนฟู ๆ เตรียมไว้
5. เสร็จแล้วนำครีมแปะจุดไว้ที่ฐานแป้งเครปก่อนเพื่อกันแป้งเลื่อน จากนั้นก็นำแป้งมากันมาทาครีมทีละแผ่น วางซ้อนกันสลับกับทาครีมจนครบ พอวางเสร็จจนครบชั้นแล้วก็ใช้สปาตูล่าตบจากด้านบนและเก็บขอบด้านข้างให้เรียบร้อย นำไปแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง นำออกมาหั่นชิ้น เสิร์ฟพร้อมซอสราสป์เบอร์รี

แหล่งที่มา  cooking.kapook

Read More

เค้กกล้วยหอม

 

เค้กกล้วยหอม ขนมเค้ก-กล้วยหอมจะหาซื้อง่าย ๆ และราคาไม่แพงเลย แต่เชื่อเลยว่า

บางครั้งก็ต้องเจอเค้ก-กล้วยหอมที่แป้งเยอะและไม่มีกลิ่นหอมของกล้วยหอมเลย หรือไม่ก็ทำรสหวานจัดเกินไปจนน้ำตาลเรียกพี่

วันนี้ขอนำเสนอ สูตรเค้กกล้วยหอม มาพร้อมกับสไตล์เนื้อกล้วยหอมตูม ๆ รสสัมผัสนุ่มละมุน

หวานกลิ่นกล้วย ชอบแบบไหนเลือกได้ตามใจ หน้าตาดี ๆ แบบนี้ทำง่ายกว่าที่คิดเยอะเลย

ส่วนผสม

• กล้วยหอมสุกบด 1+1/2 ถ้วย
• นมสด 4 ช้อนโต๊ะ
• กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
• ผงฟู 1 ช้อนชา
• เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
• เนยเค็ม 250 กรัม (หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จะได้นิ่มเร็ว ๆ)
• น้ำตาลทรายละเอียด 1+1/2 ถ้วย (ถ้ากล้วยงอมมากลดเหลือแค่ 1 ถ้วย)
• ไข่ไก่ 4 ฟอง
• พิมพ์มัฟฟิน

วิธีทำเค้กกล้วยหอม

1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส เตรียมไว้
2. ผสมกล้วยหอมบดนมสด และกลิ่นวานิลลาให้เข้ากัน
3. ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์กับผงฟูและเบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
4. ตีเนยเค็มด้วยตะกร้อมือให้ขึ้นฟูจนเป็นสีขาวนวล ทยอยใส่น้ำตาลทรายลงไปแล้วตีผสมให้เข้ากัน แบ่งใส่สัก 2-3 ครั้ง
5. ใส่ไข่ไก่ลงไปตีทีละฟอง พอหมดลิ่มไข่ก็ใส่ใบต่อไปได้เลยจนครบ
6. ใส่ส่วนผสมกล้วยบดลงไปตีผสมให้เข้ากัน
7. ใส่ส่วนผสมแป้งลงไป ค่อย ๆ ตะล่อมเบาจนเป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่พิมพ์มัฟฟิน
8. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 15-20 นาที นำออกจากเตา วางพักทิ้งไว้ให้เย็นลง แกะออกจากพิมพ์ พร้อม

แหล่งที่มา cooking.kapook

Read More

เค้กชิฟฟ่อนกาแฟ

 

 

เค้กชิฟฟ่อนกาแฟ

เค้กชิฟฟ่อนกาแฟ อร่อยใคร ๆ ก็ชอบ ถ้า แต่งหน้าด้วยเนยน้ำตาลหน่อยคงฟินไปอีก วันนี้เราขอนำเสนอวิธีทำเค้กชิฟฟ่อนหน้าเนยน้ำตาล

จับเค้กชิฟฟ่อนหอมกลิ่นกาแฟปาดหน้าเนยน้ำตาลหวานมันอร่อย หรือใครจะดัดแปลงเป็นชิฟฟ่อนกาแฟหน้านิ่มก็ตามชอบ
สูตรทำเค้กง่าย ๆ เอาใจคอกาแฟ ชวนทำเค้กชิฟฟ่อนหน้าเนยน้ำตาล เนื้อนุ่มฟูเหมือนเดิม เติมความหอมมันจากเนยน้ำตาล แค่ชิ้นเดียวก็ฟินแล้ว

 

ส่วนผสม

• แป้งเค้ก 110 กรัม
• ผงฟู 2 ช้อนชา
• เนสกาแฟ 3 in 1 จำนวน 2 ซอง
• น้ำตาลทราย 150 กรัม
• ไข่ไก่ 4 ฟอง
• นมสด 50 มิลลิลิตร (หรือน้ำเปล่า)
• กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
• กลิ่นกาแฟ 1 ช้อนชา
• เนยละลาย 50 มิลลิลิตร
• ครีมออฟทาร์ทาร์ 1 ช้อนชา
• พิมพ์เค้กขนาด 3 ปอนด์ (รองกระดาษ)
• อัลมอนด์สไลซ์

วิธีทำเค้กชิฟฟ่อนกาแฟ

• ผสมแป้งเค้กกับผงฟูเข้าด้วยกัน จากนั้นเทผงกาแฟลงไป (หรือน้ำกาแฟ) เตรียมไว้
• แยกไข่แดงกับไข่ขาวออกจากกัน
• ใส่น้ำตาลทรายครึ่งหนึ่งลงไปในชามไข่แดง คนผสมพอเข้ากัน เทนมสดลงไปคนผสมให้เข้ากัน
• ใส่กลิ่นวานิลลาและกลิ่นกาแฟลงไป ตามด้วยเนยละลาย ตีผสมให้เข้ากัน
• ร่อนส่วนผสมแป้งลงไป คนผสมแค่พอเข้ากัน เตรียมไว้
• ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงในไข่ขาว เปิดเครื่องตีแป้ง ตามด้วยน้ำตาลทรายอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ ตีจนไข่ขาวตั้งยอด
• แบ่งส่วนผสมไข่ขาวเป็น 2 ส่วน ตักใส่ส่วนผสมแป้งแล้วคนผสมเบา ๆ ให้เข้ากัน เทใส่ลงในพิมพ์ โรยด้วยอัลมอนด์สไลซ์แล้วหมุนพิมพ์ประมาณ 3-4 รอบ นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 140 องศาเซลเซียส ประมาณ 32 นาที
• นำขนมออกจากเตาอบ ใช้มีดแซะข้าง ๆ พิมพ์แล้วคว่ำขนมออกจากพิมพ์ ลอกกระดาษออก วางพักไว้บนตะแกรง ตัดเค้กเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

แหล่งที่มา cooking.kapook.

Read More

เค้กลำไย

 

เค้กลำไย ใครกำลังมองหาเค้กวันเกิด ลองเปลี่ยนจากเค้กครีมสดเป็นเค้ก ลำไยสุดเก๋กันดีไหม สูตรนี้ ใช้ลำไยอบแห้ง เติมกลิ่นวานิลลา อบใส่ถาดแล้วหั่นแบ่งหรือใส่พิมพ์คัพเค้กก็ตามชอบได้

เป็นสูตรที่ทำไม่ยากสามารถทำได้ด้วยตัวเองเลย

ส่วนผสม แป้งเค้ก

• แป้งเค้ก 300 กรัม
• ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
• ลำไยแห้ง 150 กรัม (แช่ในน้ำร้อนจนนิ่ม)

ส่วนผสม ไข่แดง

• เนยเค็ม 200 กรัม
• น้ำตาลทรายละเอียด 150 กรัม
• ไข่แดง 3 ฟอง
• กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
• โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 150 กรัม (เติมน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ)

ส่วนผสม เมอร์แรงก์ไข่ขาว

• ไข่ขาว 3 ฟอง
• ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา

วิธีทำเค้กลำไย

1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้
2. ร่อนแป้งเค้กกับผงฟูเข้าด้วยกัน 2 รอบ ตักแป้งออกมาเล็กน้อยแล้วนำไปคลุกเนื้อลำไย (เพื่อไม่ให้ลำไยติดที่ก้นพิมพ์)
3. ใส่เนยสดลงในอ่างผสม เปิดเครื่องตีเนยสดจนเป็นสีเหลืองอ่อน ค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีจนขึ้นฟูเป็นเนื้อครีม จากนั้นใส่ไข่แดง กลิ่นวานิลลา และโยเกิร์ตลงไป คนผสมจนเข้ากัน
4. ใส่แป้งที่ร่อนไว้ลงไป ตีผสมจนเข้ากัน สุดท้ายเติมเนื้อลำไยลงไปคนผสมให้เข้ากัน พักไว้
5. ทำเมอร์แรงก์ไข่ขาว โดยใส่ไข่ขาวลงในอ่างผสม ตามด้วยครีมออฟทาร์ทาร์ เปิดเครื่องตีไข่ขาวจนตั้งยอดอ่อน
6. ทยอยตักเมอร์แรงก์ไข่ขาวใส่ไปในอ่างแป้ง ใช้พายยางคนตะล่อมเบา ๆ ให้ส่วนผสมเข้ากัน
7. เทส่วนผสมลงในพิมพ์ เคาะเบา ๆ 1-2 ครั้ง นำเข้าเตาอบใช้ไฟบน-ล่าง อบประมาณ 20-25 นาที จนขนมสุก นำออกจากเตาอบแล้วพักไว้บนตะแกรงจนเย็น ตัดเป็นชิ้น พร้อมเสิร์ฟ

แหล่งที่มา cooking.kapook

Read More

เค้กไข่ไต้หวัน

เมนูสบาย ๆสไตลวานิลลา เค้กไข่ไต้หวัน

” เค้กไข่ไต้หวัน ” เริ่มกันที่เมนูเค้ก ไข่ไต้หวัน สูตรออริจินัล ใส่กลิ่นวานิลลา มาพร้อมเทคนิคพิเศษคือการร่อนแป้งเพื่อทำให้แป้งฟูและเบาขึ้น ใส่นมข้นจืดเพื่อเพิ่มความหอมนุ่มและกลมกล่อม และอบบนถาดน้ำร้อนจะทำให้เค้กมีความชุ่มชื้นขึ้น

ส่วนผสม

ไข่แดง
ไข่แดง (เบอร์ 2) 7 ฟอง
แป้งเค้ก 150 กรัม
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
นมข้นจืด 145 กรัม
กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 100 กรัม
ส่วนผสม ไข่ขาว
ไข่ขาว (เบอร์ 2) 7 ฟอง
ครีมออฟทาร์ทาร์ (หรือน้ำมะนาว) 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 100-120 กรัม (สามารถเพิ่ม-ลดน้ำตาลได้)
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา

วิธีทำ

1. ทำส่วนผสมไข่แดงโดยร่อนแป้งเค้กกับเกลือป่น ประมาณ 2 รอบ การร่อนแป้งจะทำให้กรองเศษฝุ่น และระหว่างที่ร่อนแป้ง อากาศจะเข้าแทรกระหว่างเนื้อแป้งทำให้แป้งฟูและเบาขึ้นไปอีก
2. เทน้ำมันพืชใส่หม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนน้ำมันร้อน เสร็จแล้วปิดเตา (หรือนำน้ำมันพืชเข้าไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที) ใส่แป้งเค้กลงไป ขั้นตอนนี้ทำให้เค้กมีความนุ่มและเบาโดยที่ไม่ต้องพึ่งสารเสริมใด ๆ ไขมันจะเคลือบแป้งไว้ ไม่ให้แป้งสัมผัสกับน้ำ เพราะเวลาที่แป้งสัมผัสกับน้ำหรือของเหลวจะทำให้เกิดกลูเตน กลูเตนจะมีความเหนียว ถ้าตะล่อมแป้งกับน้ำนาน ๆ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เค้กเหนียวได้ ใช้ไม้พายคนให้คลายร้อนลงบ้าง
3. ใส่นมข้นจืด เพื่อเพิ่มความหอมนุ่มและรสชาติที่กลมกล่อมมากขึ้น หลังจากนั้นคนหรือตะล่อมให้เข้ากัน ใส่ไข่แดงลงไป เพิ่มความหอมด้วยกลิ่นวานิลลา ตะล่อมให้เข้ากันและพักไว้
4. ทำส่วนผสมไข่ขาวโดยตีไข่ขาวจนเป็นฟองหยาบ หลังจากนั้นใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ (ครีมออฟทาร์ทาร์จะช่วยทำให้ไข่ตีขึ้นฟูง่าย และทำให้ฟองอากาศที่ตีอัดเข้าไปมีความอยู่ตัวมากขึ้น ไม่ยุบตัวง่าย) ตีพอเข้ากัน ใส่แป้งข้าวโพด (เพื่อเพิ่มความนุ่มและยืดหยุ่นให้กับเค้ก) ตีพอเข้ากัน
5. ทยอยใส่น้ำตาลทรายลงไป (น้ำตาลทรายแบ่งใส่สัก 3 รอบ ถ้าใส่ไปทีเดียวฟองอากาศอาจจะยุบตัวได้ และน้ำตาลก็จะละลายช้าด้วย) ตีจนตั้งยอด ตักเมอแรงค์หรือไข่ขาวมาบางส่วนใส่ชามส่วนผสมไข่แดง (ถ้าใส่ไปทีเดียวหมดจะผสมเข้ากันยากกว่า และทำให้เสียฟองอากาศเยอะ เป็นสาเหตุที่ทำให้เค้กไม่ขึ้นฟู) ตะล่อมเบาจนเข้ากัน พอเข้ากันแล้วก็ใส่ที่เหลือลงไปตะล่อมจนเนียนเข้ากัน
6. เทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ (พิมพ์รองด้วยกระดาษไข ก่อนเอากระดาษไขรองอย่าลืมทาไขมันหรือเนยบนถาดด้วย) เคาะพิมพ์เพื่อไล่ฟองอากาศสัก 1-2 ครั้ง ถ้ายังมีฟองอยู่ก็เอาไม้จิ้มฟันเจาะฟองออก เค้กอบมาหน้าจะได้สวย ๆ ไม่มีรูพรุน
7. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 150-160 องศาเซลเซียส บนถาดน้ำร้อน อบเป็นเวลา 35-40 นาที แล้วแต่เตาแต่ละบ้านด้วย บางเตาอาจจะอบนานถึง 50 นาทีเลยก็ได้ (การอบบนถาดน้ำร้อนจะทำให้เค้กมีความชุ่มชื้นขึ้น) เปิดไฟบน-ล่าง ปิดพัดลม หลังจากนั้นอบไล่ความชื้นเอาถาดรองน้ำร้อนออก อบต่อด้วยอุณหภูมิ 150-160 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 8-10 นาที เปิดไฟบน-ล่าง ปิดพัดลม (เช็กความสุกโดยเอาไม้ปลายแหลมจิ้มลงไป ถ้าไม่มีเศษเค้กแฉะ ๆ ติดออกมา แสดงว่าเค้กสุกดีแล้วค่ะ) ถ้าไม่สะดวกรองด้วยถาดน้ำก็สามารถอบแบบธรรมดาที่อุณหภูมิ 150-160 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30-35 นาที
8. พออบเสร็จพักให้อุ่นลงประมาณ 10 นาที แล้วค่อยเอาเค้กออกจากพิมพ์ ลอกกระดาษไขออก พลิกเค้กอีกด้านขึ้นมา และตัดขนาดตามชอบใจ

แหล่งที่มา cooking.kapook

Read More

เค้กช็อกโกแลต

 

เค้กช็อกโกแลตไร้แป้ง เป็นขนมที่มีส่วนประกอบจาก เค้กรสช็อกโกแลต และไส้กับหน้าซึ่งทำจากนมและน้ำตาลเคี่ยวจนข้น แล้วจึงใส่มะพร้าวและถั่วพีแคน ปัจจุบันมีการสลับเปลี่ยนชนิดของถั่วและรสชาติของเนื้อเค้กเพื่อให้เกิดความหลากหลายมากขึ้น ทั้งนี้ก็ยังคงแนวความคิดด้วยการคงรูปแบบของเค้กเนื้อสอดไส้ที่มีมะพร้าวและถั่วเป็นส่วนประกอบ

 

ส่วนผสม 

• ไข่ไก่ 8 ฟอง (แช่เย็น)
• ดาร์กช็อกโกแลตสับ 2 ถ้วย
• เนยจืด 1 ถ้วย
• น้ำตาลไอซิ่ง (โรยหน้า)
• ราสป์เบอร์รี (ตกแต่ง)

วิธีทำ

•  เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 325 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมไว้
• ปูกระดาษรองอบลงในพิมพ์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8 นิ้ว ห่อพิมพ์ด้านนอกด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์ เตรียมไว้
• ใช้เครื่องตีมือถือตีไข่ไก่ด้วยความเร็วสูงประมาณ 5 นาที พักไว้
• ใส่ดาร์กช็อกโกแลตกับเนยจืดลงในชามทนความร้อนนำไปทำละลายบนปากหม้อต้มน้ำเดือด หรือนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 30 วินาที แล้วนำออกมาคนผสมให้เข้ากัน ใส่ไข่ที่ตีไว้แล้วลงไปคนผสมให้เข้ากัน
• นำส่วนผสมเค้กเทใส่ลงในพิมพ์ เกลี่ยหน้าให้เรียบเนียน จับวางลงไปในหม้อที่ไซส์ใหญ่กว่า เทน้ำต้มเดือดลงไปด้านข้างพิมพ์ประมาณ 1/2 ส่วน นำเข้าไปอบที่อุณหภูมิ 140 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 22-25 นาที เสร็จแล้วเอาเค้กออกมาพักไว้ให้เย็น นำเข้าไปแช่ตู้เย็น ก่อนเสิร์ฟโรยไอซิ่ง ตกแต่งด้วยราสป์เบอร์รี

แหล่งที่มา cooking.kapook

Read More

“เค้กพาสต้า” เมนูสัญชาติอิตาเลียนสุดฟิน ใคร ๆก็ทำกินเองได้

 

 

“เค้กพาสต้า” วันเกิดใคร ๆ ก็ต้องมีเค้ก แต่เค้กที่เราทำวันนี้จะไม่ธรรมดาอีกต่อไปเพราะนี่คือ “เค้ก พาสต้า” เมนูอาหารอิตาเลียนที่มาในรูปแบบของเค้ก ถ้าพร้อมแล้วไปดูสูตรกันได้เลย!
ถ้าพูดถึงเค้กใคร ๆ ก็นึกถึงเมนูของหวาน? แต่วันนี้เราจะทำให้เค้กไม่ใช่ของหวานอีกต่อไป! เพราะเราจะทำ “เค้ก พาสต้า”

เอาใจคนรักเมนูอาหารอิตาเลียนที่ความอร่อยจะซึมเข้าทุกส่วนของเค้ก! เส้นหนึบ ๆ ชีสล้น ๆ อร่อยจนต้องขอเพิ่ม ถ้าพร้อมแล้วดูสูตรเค้กพาสต้าแล้วไปลงมือทำกันเลย!

 

วัตถุดิบ

เส้นริกาโตนี 300 กรัม

น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

กระเทียม 2 กลีบ

เนื้อบด 150 กรัม

ซอสมะเขือเทศกระป๋อง 1 กระป๋อง

เกลือ 1 ช้อนชา

พริกไทย ¼ ช้อนชา

ชีสพาร์เมซาน 110 กรัม

ชีสมอสซาเรลลา 100 กรัม

วิธีทำ

ขั้นตอนที่ 1 : ต้มเส้นพาสต้า
นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟให้เดือดจากนั้นใส่เกลือ
นำเส้นริกาโตนีลงไปต้มประมาณ 10 นาที ให้สุกแบบอัลเดนเต้
TIP : เส้นแบบอัลเดนเต้คือเส้นพาสต้าจะเหนียวนุ่มที่ด้านนอก แต่เมื่อกัดเข้าไปแล้ว ตรงแกนกลางตัวเส้นจะมีความกรึบอยู่

ขั้นตอนที่ 2 : เคี่ยวซอส
ตั้งกระทะให้ร้อนใส่น้ำมัน ใส่กระเทียมและเนื้อบดผัดจนสุก
จากนั้นใส่มะเขือเทศกระป๋อง ตั้งไฟกลางเคี่ยวทิ้งไว้ประมาน 10 นาที
ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย

ขั้นตอนที่ 3 : อบเค้กพาสต้า
นำเส้นที่ลวกสุกแล้วมาเรียงในพิมพ์เค้กจนเต็ม ราดซอสที่เคี่ยวไว้เกลี่ยให้ทั่ว
โรยปิดหน้าด้วยชีสมอสซาเรลลาและชีสพาร์เมซาน
นำเข้าอบที่ไฟ 200 องศาเซลเซียส ประมาน 20 นาที เป็นอันเสร็จ

เห็นชีสเยิ้ม ๆ แบบนี้เพื่อน ๆ คนไหนจะอดใจไหวล่ะ! ต้องลองทำ “เค้กพาสต้า” กันสักหน่อยแล้ว จะทำไปปาร์ตี้หรือไปเซอร์ไพรส์เพื่อน ๆ ก็ใช่ได้ทั้งหมด ทั้งทำง่าย และอร่อยแบบไม่เหมือนใคร ไม่เชื่อต้องลองเอาสูตรพาสต้าเค้กไปทำดูนะ! หรือใครอยากได้เมนูพาสต้าหรือเมนูเค้กอื่น ๆ เราก็มีมาให้เลือกสรรกันนะอีกเยอะเลย!

แหล่งที่มา wongnai

Read More

เค้กช็อกโกแลตฟองดอง

” เค้กช็อกโกแลตฟองดอง ” ถือเป็นเมนูเค้กยอดนิยมสำหรับเด็ก ๆ  ลองเปลี่ยนไอเดียมาทำเค้กแบบไม่อบกันดีว่า ทำง่าย ๆ ไม่ต้องใช้เตาอบ ขอนำเสนอวิธีทำเค้กช็อกโกแลตฟองดอง  ภายนอกเหมือนเค้กทั่วไปสีขาวสวยงาม แต่ด้านในซ่อนช็อกโกแลตนมเคลือบน้ำตาล เด็ก ๆ เห็นต้องประทับใจแน่นอน

ส่วนผสม เค้กช็อกโกแลตฟองดอง

• ช็อกโกแลต
• ช็อกโกแลตนมเคลือบน้ำตาล
• ฟองดองไอซิ่ง
• เกล็ดน้ำตาลตามชอบ

วิธีทำเค้กช็อกโกแลตฟองดอง

• 1. หั่นช็อกโกแลตเป็นชิ้นเล็กเพื่อให้ละลายได้เร็วขึ้น ในสูตรใช้ไอน้ำในการละลายช็อกโกแลต โดยใส่น้ำลงในหม้อตั้งไฟจนเดือด จากนั้นก็ลดไฟให้เบาลง วางภาชนะที่ใส่ช็อกโกแลตบนหม้อ คนเบา ๆ จนช็อกโกแลตละลายเป็นเนื้อเนียน เทช็อกโกแลตลงในพิมพ์เค้กสปริงฟอร์ม แล้วค่อย ๆ ตะแคงพิมพ์สปริงฟอร์มเพื่อให้ช็อกโกแลตไหลไปเคลือบให้ทั่วแล้วนำไปแช่เย็น
• 2. เทช็อกโกแลตลงไปเคลือบซ้ำประมาณ 2-3 รอบ เนื้อเค้กจะได้หนาขึ้น แล้วนำไปแช่เย็น พอช็อกโกแลตเซตตัวก็แกะออกจากพิมพ์สปริงฟอร์ม
• 3. เทช็อกโกแลตนมเคลือบน้ำตาลหลากสีลงไป ใช้จานปิดด้านบนตัวเค้กแล้วคว่ำไว้บนจาน ตกแต่งหน้าด้วยฟองดองแต่งหน้าเค้กด้วยบัตเตอร์ครีมและเกล็ดน้ำตาลสีสันตามชอบ จัดเสิร์ฟ

แหล่งที่มา cooking.kapook

Read More
the best bitcoin tumbler