Brendon, Author at สูตรเค้กไม่ลับมีมากกว่า 10000 สูตร - Page 3 of 4

 

ขนมทองม้วน ” อีกหนึ่งขนมไทยโบราณที่ใครหลายๆ คน ต้องเคยลิ้มลองรสชาติกันมาบ้างแล้ว ขนมที่มีรสชาติหวาน มัน กรอบ

ในสมัยนี้หารับประทานได้ไม่ยาก มีขายตามร้านค้า ตามท้องตลาดมากมาย ยิ่งถ้าหากทำทานเองที่บ้าน ทำเพื่อใช้ในงานมงคลต่างๆ

หรือทำไว้ทานเล่น วัตถุดิบก็หาได้ไม่ยาก และถ้าใครอยากจะทำขายเพื่อเป็นอาชีพเสริมก็ได้ เพราะวันนี้ ทางเรา มีสูตร

และวิธีการทำ ทองม้วน มาฝาก เรามาดูสูตรแล้วลงมีทำไปพร้อม ๆกันเลย

 

 

วัสดุ/อุปกรณ์ เตาอั้งโล่ขนาด 8 นิ้ว พิมพ์ทองม้วนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ตะแกรงร่อนแป้ง อ่างผสม กระชอน กะละมัง ไม้แท่งกลมๆ (ม้วนทองม้วน) ถุงพลาสติก ยางรัดถุง

สูตรและส่วนผสม แป้งสาลีตราว่าว 1 กิโลกรัม มะพร้าวขูด 2 กิโลกรัม ไข่ไก่ 10 ฟอง งาดำ ½ ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 9 ขีด เกลือป่น 1 ช้อนชา น้ำสะอาด 7 ขีด น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง

วิธีการทำ นำแป้งสาลีร่อนใส่ภาชนะไว้ นำมะพร้าวขูดมาคั้นกับน้ำ 7 ขีด นำแป้งสาลีที่ร่อนแล้วและน้ำตาลทรายผสมกันในอ่างผสม ใส่ไข่ไก่และเกลือ คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่น้ำกะทิและงาดำ คนให้เข้ากัน นำพิมพ์ทองม้วนมาอังไฟ ใช้ไฟอ่อน อังจนพิมพ์ร้อนจัด ทาน้ำมันพืชให้ทั่วพิมพ์ทั้งสองด้าน อังไฟให้ร้อนอีกครั้ง ตักแป้งหยอดบนพิมพ์ บีบพิมพ์ให้แน่น อังไฟสักครู่ พลิกกลับอีกด้าน พอเหลือง (สังเกตจากแป้งที่เกาะอยู่นอกพิมพ์) ยกพิมพ์ออกจากเตา เปิดพิมพ์ใช้ปลายมีดแซะขนมขึ้น ม้วนด้วยไม้กลม ๆ ทันทีขณะที่ยังร้อนอยู่ เพราะถ้าเย็นจะแข็งกรอบม้วนไม่ได้ จากนั้นปล่อยให้ทองม้วนเย็น แล้วบรรจุใส่ถุงพลาสติก รัดยางให้แน่น

แหล่งที่มา thaismescenter

Read More

ขนมปังกรอบอบเนย

 

ขนมปังกรอบอบเนย ขนมปังแผ่นเหลือง ๆ เป็นเมนุทานเล่นเเสนอร่อย เพราะมีความกรอบหอมของ

เนยไปทั่วของแผ่นขนมปัง วันนี้เรามาลองดูสูตรเเละทำไปพร้อม ๆกันเลย

 

 

ส่วนผสม

• ขนมปังแผ่น ตามชอบ
• เนยจืด
• น้ำตาลทราย

 

วิธีทำ

1. ใช้ขนมปังเก่า 2-3 วัน หั่นให้บางตามชอบ ตัดขอบทิ้งแล้วหั่นเป็นชิ้นตามต้องการ
2. เปิดเตาอบทิ้งไว้ที่อุณหภูมิ 160 องศาฟาเรนไฮต์ เรียงขนมปังใส่ถาดแล้วนำขนมปังไปอบในเตาเพื่อไล่ความชื้น ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
3. หลังจากอบเสร็จแล้วก็พักไว้ให้เย็น ทาเนยจืด ชุบน้ำตาล แล้วนำเข้าเตาอบอีกครั้ง อบที่อุณหภูมิ 160 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 15-20 นาที พักไว้ให้เย็น แล้วเก็บใส่ขวดโหลไว้กินเป็นของว่าง

แหล่งที่มา cooking.kapook

Read More

คุ้กกี้ลิ้นแมว

 

คุ้กกี้ลิ้นแมว ถือเป็นเมนูที่แสนอร่อย เพราะมีความหอม ทั้งกรอบ วัตถุดิบไม่เยอะ วิธีการก็ไม่ซับซ้อน พอทำเสร็จ

จะเก็บใส่โหลไว้กินเพลินๆ ทานคู่ชา กาแฟในตอนเช้าก็ยังได้ ไปดูการทำกันได้เลย

วัตถุดิบ

1. ไข่ขาวเบอร์ 2 ใช้ 3 ฟอง

2. น้ำตาลทรายป่นหรือน้ำตาลทราย 100 กรัม

3. แป้งเค้ก 100 กรัม

4. เนยสดรสเค็ม(เนยอุณหภูมิห้อง) 100 กรัม

5. กลิ่นวานิลา 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

1. ตะล่อมเนยเค็มกับน้ำตาลทรายป่นหรือไอซิ่งจนเข้ากัน จากนั้นร่อนแป้งลงไป (แบ่งร่อนสัก 2-3 รอบ) ตะล่อมจนเข้ากัน

2. ใส่ไข่ขาวลงไป (แบ่งใส่สัก 2-3 รอบ) เพิ่มกลิ่นวานิลลา ตะล่อมจนเข้ากัน

3. ใส่ถุงบีบแล้วนำไปแช่ตู้เย็น 20 นาที

4. จากนั้นนำมาบีบเป็นเส้น (ตามภาพ) ลงในพิมพ์ จากนั้นนำไปอบอุณหภูมิ 180 ํC เป็นเวลา 8-10 นาที

5. พออบเสร็จแล้วแซะออกจากพิมพ์ พักบนตะแกรงให้เย็น หลังจากนั้นก็นำมารับประทานได้เลย

แหล่งที่มา naibann

Read More

บัตเตอร์เค้ก

 

เมนูบัตเตอร์เค้ก เป็นอีกเมนูเค้กยอดนิยมตลอดกาล เพราะด้วยเป็นเค้กเนื้อแน่นหอมเนย กินได้ทุกวัย สูตรนี้ใส่น้ำเชื่อมเพิ่มความหวานให้เนื้อเค้ก ที่ขาดไม่ได้คือเนยสด และ สามารถทำได้หลายรสชาติ ชอคโกแลต วานิลา กาแฟ
และอีกหลายรสชาติ ด้วยตัวเค้กขึ้นฟูด้วยเนย จึงได้เค้กที่มีลักษณะนุ่มแต่แน่น

ส่วนผสม 

แป้งเค้ก 330 กรัม
นมผง 3 ช้อนโต๊ะ
ผงฟู 1/4 ช้อนชา
ผงวานิลลา 1 ช้อนชา (ถ้าใช้แบบน้ำให้ใส่รวมไปกับส่วนผสมเหลว)
น้ำตาลทรายป่น 210 กรัม
ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 6 ฟอง
น้ำ 45 กรัม
เอสพี (SP) 30 กรัม
น้ำเชื่อม 90 กรัม
เนยสดชนิดเค็ม 360 กรัม

ส่วนผสม น้ำเชื่อม

น้ำตาลทราย 500 กรัม
น้ำ 1 ถ้วย
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา

อุปกรณ์

พิมพ์อะลูมิเนียมฟอยล์ (วันนี้ใช้ฟอยล์เบอร์ 4572 จำนวน 3 พิมพ์ กับเบอร์ 4618 จำนวน 2 พิมพ์)

วิธีทำ

1. ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำตาลทราย น้ำ และครีมออฟทาร์ทาร์ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ (ไม่ต้องคน) พอเริ่มเดือด ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักไว้ให้เย็น เตรียมไว้ (ถ้าเหลือก็ใส่ขวดเก็บในตู้เย็นไว้ใช้คราวหน้าได้)
2. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง เตรียมไว้
3. ร่อนแป้งเค้ก นมผง ผงฟู ผงวานิลลา และน้ำตาลทรายป่นเข้าด้วยกัน ร่อนทั้งหมด 3 ครั้ง เตรียมไว้
4. ตีผสมไข่ไก่ น้ำ และเอสพี ในโถผสมให้เข้ากัน แล้วใส่แป้งที่ร่อนไว้ลงไป ตีด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 5 นาที จนส่วนผสมข้น ฟู และขาว ลดเป็นความเร็วต่ำแล้วใส่น้ำเชื่อมลงไป
5. ค่อย ๆ เทเนยละลายอุ่นๆ ลงไป ตีต่อและปาดอ่างเป็นระยะ ๆ จนส่วนผสมเข้ากันดี ปิดเครื่อง เทส่วนผสมใส่พิมพ์อลูมิเนียมฟอยล์ (ใส่พิมพ์เบอร์ 4572 ได้ 3 พิมพ์ เหลืออีกเล็กน้อยเทใส่พิมพ์เบอร์ 4618 ได้ 2 พิมพ์)
6. นำเข้าอบ โดยพิมพ์เล็กใช้เวลาประมาณ 18 นาที ส่วนพิมพ์ใหญ่ใช้เวลาประมาณ 35 นาที อบจนสุก นำออกจากเตา วางพักทิ้งไว้สักครู่แล้วนำไปแช่ตู้เย็นเนื้อจะแน่นขึ้น ตัดเนื้อเค้กดูตอนอบเสร็จ สุกดี เนื้อยังไม่แน่น แต่อร่อย หลังจากแช่ตู้เย็น ผ่านมาหลายชั่วโมง เนื้อแน่นขึ้นแล้ว สวยจัง

แหล่งที่มา cooking.kapook

Read More

เค้กฝอยทอง

 

ส่วนผสมเค้กฝอยทอง ประกอบด้วย แป้งเค้ก200กรัมหรือแป้งเอนกประสงค์
และผงฟู1 1/2 ช.ช เบกกิ้งโซดา1ช.ช ไข่ไก่3ฟอง น้ำตาลทราย200กรัม
เนยสดละลาย300กรัม นมสด1ถ้วย มะนาว1ลูก เฉพาะน้ำ ห้ามขม ฝอยทอง ตระกร้อตีมือ

ขั้นตอนการทำ ใส่ฝอยทองที่ก้นพิมพ์ กดให้แน่นๆ หลังจากนั้นหยดเนยที่ละลายแล้ว ลงไปนิดหน่อย เพื่อสีจะได้เงาสวย ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดาสัก2รอบ พักไว้ ตีไข่ น้ำตาลทราย นมสด น้ำมะนาว ใส่แป้ง ใส่เนย ตีเบาๆรวมเข้าด้วยกัน
เทใส่พิมพ์ ที่รองด้วยฝอยทอง พอน้ำเดือด ยกขึ้นอบ
พออบเสร็จเอาออกรอให้เย็นสักหน่อย ใช้มีดปลายแหลมแซะด้านข้างและคว่ำใส่จาน เสร็จเรียบร้อย

แหล่งที่มา smeleader

Read More

เค้กชาเขียว

 

” เค้กชาเขียว “ เมนูแสนอร่อยที่หอมผสมผสานระหว่าง เเป้งเค้กและกินของชาเขียว

ถือเป็นเมนูที่สามารถทำเองได้ไม่ยาก เราลองมาดูวิธีทำแล้วไปพร้อม ๆกันเลย

 

ส่วนผสม ของแป้ง

• แป้งเค้ก (ที่ร่อนแล้ว) 1/2 ถ้วย
• ผงฟู 1/2 ช้อนชา
• ผงชาเขียว 2 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1) 1/4 ถ้วย

ส่วนผสม ไข่แดง

• ไข่แดง 2 ฟอง
• น้ำมันเมล็ดชา 2 ช้อนโต๊ะ (หรือใช้น้ำมันพืชแทนได้)
• น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม ไข่ขาว

• ไข่ขาว 2 ฟอง
• น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) 1/3 ถ้วย
• สีผสมอาหารสีเขียว เล็กน้อย (ไม่ใส่ก็ได้)
• ครีมสด (สำหรับแต่งหน้าเค้ก) สามารถเข้าไปดูเคล็ดลับวิธีตีครีมสดได้ที่ เฟซบุ๊ก Baking Glory

วิธีทำเค้กชาเขียว

1. วิธีทำส่วนผสมของแห้ง โดยร่อนแป้งเค้ก (ที่ร่อนแล้ว) กับผงฟู ผงชาเขียว และเกลือป่นเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่น้ำตาลทรายส่วนที่ 1 ลงไป เตรียมไว้
2. วิธีทำส่วนผสมไข่แดง โดยตีไข่แดง น้ำมัน และน้ำเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
3. วิธีทำส่วนผสมไข่ขาว โดยตีไข่ขาวกับน้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) เข้าด้วยกันจนตั้งยอดแข็ง
เคล็ดลับ : ภาชนะตีไข่ขาวต้องแห้งและสะอาด เพราะถ้าไม่แห้งไข่ขาวจะตีไม่ขึ้นฟูแน่นอน
4. นำส่วนผสมไข่แดงผสมกับส่วนผสมของแห้ง คนผสมให้เข้ากันจนเนียน และชาเขียวไม่เป็นเม็ด ใส่สีผสมอาหารสีเขียวลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำไปผสมกับส่วนผสมไข่ขาว คนผสมพอเข้ากัน เทส่วนผสมใส่พิมพ์ นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส นานประมาณ 30 นาที

เคล็ดลับ : เวลาอบขึ้นอยู่กับไซส์ถาดด้วย ถ้าถาดเล็กจิ๋วแบบถ้วยก็ประมาณ 20 นาที ต้องคอยดู และจิ้มเช็กดูเนื้อ ใช้ไม้จิ้มฟันลองจิ้มดู ถ้าเนื้อไม่ติดไม้ก็สุกแล้ว อย่าอบนานไปเพราะเนื้อจะแห้ง

5. นำเค้กที่อบเสร็จแล้วมาผ่าครึ่งแล้วทาด้วยวิปปิ้งครีมที่ตีไว้ตามชอบ โรยผงชาเขียวก่อนเสิร์ฟ
เคล็ดลับ : โดยส่วนตัวหน้าเค้กอาจต้องเติมกลิ่นวานิลลาลงไปเล็กน้อย เพราะจะได้มีความหอมหวานขึ้นมา ลำพังแต่กลิ่นชาเขียวอย่างเดียว ค่อนข้างเขียว ๆ อยู่ จะเอาป๊อกกี้รสชาเขียวมาแต่ง โรยผงชาเขียวก่อนเสิร์ฟ เพราะผงชาเขียวจะได้สีสวยอยู่ ถ้าโรยก่อนสีชาเขียวจะเข้ม เพราะโดนความชื้น

แหล่งที่มา cooking.kapook

Read More

Strawberry & Watermelon Cake (เค้กแตงโมและสตรอว์เบอร์รี่)

 

เค้กแตงโม สูตรนี้ดัดแปลงจากเค้กแตงโม ที่เป็นที่ โด่งดังในเมืองซิดนีย์ โดยมีตัวเค้กที่มีส่วนผสมของเมล็ดแตงโมอยู่ด้วย

เสิร์ฟกับครีมที่มีกลิ่นหอมของสตรอว์เบอร์รี่ ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รี่ องุ่น กลีบกุหลาบ และถั่วพิสตาชิโอ

 

ส่วนประกอบ

เมล็ดแตงโม90 กรัม

น้ำตาลไอซิ่ง80 กรัม

เบกกิ้งโซดา¼ ช้อนชา

น้ำตาลทราย65 กรัม

ไข่ขาว150 กรัม

แป้งสาลีอเนกประสงค์45 กรัม

ครีมสตรอว์เบอร์รี่

ครีม1½ ถ้วย

น้ำตาลไอซิ่ง1 ช้อนโต๊ะ

กลิ่นสตรอว์เบอร์รี่1 ช้อนชา

ตกแต่ง

แตงโมสำหรับเสิร์ฟ

สตรอว์เบอร์รี่สำหรับเสิร์ฟ

องุ่นแดงสำหรับเสิร์ฟ

กลีบกุหลาบแห้งสำหรับเสิร์ฟ

ถั่วพิสตาชิโอสำหรับเสิร์ฟ

 

วิธีทำ

1.เปิดเตาอบ 180 องศาเซลเซียส เตรียมถาดอบรองด้วยกระดาษไข

2.ทำเค้กเมล็ดแตงโม โดยการนำ เมล็ดแตงโมไปปั่น น้ำตาลไอซิ่ง แป้งสาลีและเบกกิ้งโซดาในเครื่องบดสับพักไว้ จากนั้นนำไข่ขาวมาตีกับน้ำตาลทรายด้วยหัวตีตะกร้อ จนตั้งยอดดี

3.นำส่วนผสมเมล็ดแตงโมที่พักไว้มาตะล่อมกับเมอแร็งก์ นำส่วนผสมใส่ในถุงบีบ ใช้หัวบีบขนาด 1 เซนติเมตร บีบส่วนผสมเป็นแผ่นกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9 เซนติเมตร เป็นจำนวน 8 วง นำเข้าอบเป็นเวลา 10 นาที พักให้เย็นบนถาด แล้วจึงลอกออกจากกระดาษไข ใช้คุกกี้คัทเตอร์วงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 เซนติเมตร ตัดเค้กเป็นวงกลม พักไว้

4.ทำครีมสตรอว์เบอร์รี่โดยการ ร่อนน้ำตาลไอซิ่งลงในครีม (ควรเป็นครีมที่เย็น) จากนั้นเติมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่ ตีด้วยหัวตีตะกร้อจนขึ้นตัวดีพักไว้

5.หั่นแตงโมเป็นแผ่นหนา 1 เซนติเมตร ใช้คัทเตอร์วงกลม ตัดเป็นขนาดเท่ากับตัวเค้ก เป็นจำนวน 4 ชิ้น

6.วางเค้กบนจาน บีบครีมบางๆ ให้ทั่ว วางแตงโม แล้วบีบครีมบางๆ อีกชั้น ตามด้วยเค้กอีกชิ้น และครีมอีกหนึ่งชั้น ทำให้ได้ 4 ชิ้น แต่งด้วยสตรอว์เบอร์รี่ องุ่นแดง กลีบกุหลาบ และพิสตาชิโอ

แหล่งที่มา  pholfoodmafia

Read More

. เครปเค้กซอสราสป์เบอร์รี

 

” เครปเค้กซอสราสป์เบอร์รี ”  (Mille Crepe Cake with Raspberry Sauce) Stradivarius แป้งเครปเนื้อนุ่มพร้อมสูตรวิปครีม และสูตรซอสราสป์เบอร์รี หน้าตาหรู วิธีทำไม่ยากอย่างที่คิด

ส่วนผสม แป้งเครป

• แป้งเค้ก 200 กรัม
• ผงฟู 1/2 ช้อนชา
• ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 6 ฟอง
• นมสด 250 กรัม
• วิปครีม หรือนมข้นจืด 200 กรัม
• น้ำเปล่า 300 กรัม
• น้ำตาลทราย 100 กรัม
• น้ำมันพืช 80 กรัม
• เกลือ 1/2 ช้อนชา
• กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
• เหล้ารัม 1 ช้อนชา

ส่วนผสม ซอสราสป์เบอร์รี

• ราสป์เบอร์รีสด หรือแช่แข็ง 2 ถ้วยตวง (ถ้าแบบแช่แข็งให้เอามาวางไว้ข้างนอกให้หายแข็งสักหน่อย)
• น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยตวง

ส่วนผสม วิปครีม

• วิปปิ้งครีม 4 ถ้วยตวง
• น้ำตาลไอซิ่ง 4-5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ทำซอสราสป์เบอร์รี โดยนำราสป์เบอร์รีใส่ลงในกระทะ ใช้ส้อมยีให้ละเอียด จากนั้นเทน้ำตาลทรายลงไป นำขึ้นตั้งไฟกลาง ๆ รอจนเดือดและข้น ยกลงจากเตา เคล็ดลับ : ถ้าอยากได้ซอสเนียน ๆ ควรเอาไปกรอง แต่ถ้าอยากได้เนื้อราสป์เบอร์รีไม่ต้องกรอง ทิ้งให้เย็นแล้วก็เอาแช่ตู้เย็น เตรียมไว้
2. ทำแป้งเครป โดยนำส่วนผสมแป้งเครปทุกอย่างมาผสมกันในอ่างผสม หรือนำไปปั่นจนแป้งไม่เป็นเม็ดก็พอ จากนั้นนำไปแช่เย็น 2 ชั่วโมง หรือข้ามคืน ควรช้อนฟองออกด้วย (แป้งเครปที่ผสมแล้ว สามารถเก็บได้ถึง 48 ชั่วโมง)
3. ตักแป้งใส่ถ้วยตวงในปริมาณ ขนาด 1/4 ส่วน แล้วนำแป้งไปหยอดลงตรงกลางกระทะ ร่อนให้ทั่วกระทะโดยไม่ให้หนา หรือบางมากเกินไป ทิ้งไว้สัก 2-3 นาที จากนั้นใช้พายซิลิโคนแซะขอบรอบ ๆ แล้วพลิกแป้ง เสร็จแล้วนำไปพักที่ตะแกรง แล้วก็ทอดชั้นต่อไปจนครบ 20 แผ่น หรือตามชอบ
4. ทำวิปปิ้งครีม โดยตีวิปปิ้งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งจนฟู ๆ เตรียมไว้
5. เสร็จแล้วนำครีมแปะจุดไว้ที่ฐานแป้งเครปก่อนเพื่อกันแป้งเลื่อน จากนั้นก็นำแป้งมากันมาทาครีมทีละแผ่น วางซ้อนกันสลับกับทาครีมจนครบ พอวางเสร็จจนครบชั้นแล้วก็ใช้สปาตูล่าตบจากด้านบนและเก็บขอบด้านข้างให้เรียบร้อย นำไปแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง นำออกมาหั่นชิ้น เสิร์ฟพร้อมซอสราสป์เบอร์รี

แหล่งที่มา  cooking.kapook

Read More

เค้กกล้วยหอม

 

เค้กกล้วยหอม ขนมเค้ก-กล้วยหอมจะหาซื้อง่าย ๆ และราคาไม่แพงเลย แต่เชื่อเลยว่า

บางครั้งก็ต้องเจอเค้ก-กล้วยหอมที่แป้งเยอะและไม่มีกลิ่นหอมของกล้วยหอมเลย หรือไม่ก็ทำรสหวานจัดเกินไปจนน้ำตาลเรียกพี่

วันนี้ขอนำเสนอ สูตรเค้กกล้วยหอม มาพร้อมกับสไตล์เนื้อกล้วยหอมตูม ๆ รสสัมผัสนุ่มละมุน

หวานกลิ่นกล้วย ชอบแบบไหนเลือกได้ตามใจ หน้าตาดี ๆ แบบนี้ทำง่ายกว่าที่คิดเยอะเลย

ส่วนผสม

• กล้วยหอมสุกบด 1+1/2 ถ้วย
• นมสด 4 ช้อนโต๊ะ
• กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วย
• ผงฟู 1 ช้อนชา
• เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
• เนยเค็ม 250 กรัม (หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จะได้นิ่มเร็ว ๆ)
• น้ำตาลทรายละเอียด 1+1/2 ถ้วย (ถ้ากล้วยงอมมากลดเหลือแค่ 1 ถ้วย)
• ไข่ไก่ 4 ฟอง
• พิมพ์มัฟฟิน

วิธีทำเค้กกล้วยหอม

1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส เตรียมไว้
2. ผสมกล้วยหอมบดนมสด และกลิ่นวานิลลาให้เข้ากัน
3. ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์กับผงฟูและเบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
4. ตีเนยเค็มด้วยตะกร้อมือให้ขึ้นฟูจนเป็นสีขาวนวล ทยอยใส่น้ำตาลทรายลงไปแล้วตีผสมให้เข้ากัน แบ่งใส่สัก 2-3 ครั้ง
5. ใส่ไข่ไก่ลงไปตีทีละฟอง พอหมดลิ่มไข่ก็ใส่ใบต่อไปได้เลยจนครบ
6. ใส่ส่วนผสมกล้วยบดลงไปตีผสมให้เข้ากัน
7. ใส่ส่วนผสมแป้งลงไป ค่อย ๆ ตะล่อมเบาจนเป็นเนื้อเดียวกัน ตักใส่พิมพ์มัฟฟิน
8. นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 15-20 นาที นำออกจากเตา วางพักทิ้งไว้ให้เย็นลง แกะออกจากพิมพ์ พร้อม

แหล่งที่มา cooking.kapook

Read More

เค้กชิฟฟ่อนกาแฟ

 

 

เค้กชิฟฟ่อนกาแฟ

เค้กชิฟฟ่อนกาแฟ อร่อยใคร ๆ ก็ชอบ ถ้า แต่งหน้าด้วยเนยน้ำตาลหน่อยคงฟินไปอีก วันนี้เราขอนำเสนอวิธีทำเค้กชิฟฟ่อนหน้าเนยน้ำตาล

จับเค้กชิฟฟ่อนหอมกลิ่นกาแฟปาดหน้าเนยน้ำตาลหวานมันอร่อย หรือใครจะดัดแปลงเป็นชิฟฟ่อนกาแฟหน้านิ่มก็ตามชอบ
สูตรทำเค้กง่าย ๆ เอาใจคอกาแฟ ชวนทำเค้กชิฟฟ่อนหน้าเนยน้ำตาล เนื้อนุ่มฟูเหมือนเดิม เติมความหอมมันจากเนยน้ำตาล แค่ชิ้นเดียวก็ฟินแล้ว

 

ส่วนผสม

• แป้งเค้ก 110 กรัม
• ผงฟู 2 ช้อนชา
• เนสกาแฟ 3 in 1 จำนวน 2 ซอง
• น้ำตาลทราย 150 กรัม
• ไข่ไก่ 4 ฟอง
• นมสด 50 มิลลิลิตร (หรือน้ำเปล่า)
• กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
• กลิ่นกาแฟ 1 ช้อนชา
• เนยละลาย 50 มิลลิลิตร
• ครีมออฟทาร์ทาร์ 1 ช้อนชา
• พิมพ์เค้กขนาด 3 ปอนด์ (รองกระดาษ)
• อัลมอนด์สไลซ์

วิธีทำเค้กชิฟฟ่อนกาแฟ

• ผสมแป้งเค้กกับผงฟูเข้าด้วยกัน จากนั้นเทผงกาแฟลงไป (หรือน้ำกาแฟ) เตรียมไว้
• แยกไข่แดงกับไข่ขาวออกจากกัน
• ใส่น้ำตาลทรายครึ่งหนึ่งลงไปในชามไข่แดง คนผสมพอเข้ากัน เทนมสดลงไปคนผสมให้เข้ากัน
• ใส่กลิ่นวานิลลาและกลิ่นกาแฟลงไป ตามด้วยเนยละลาย ตีผสมให้เข้ากัน
• ร่อนส่วนผสมแป้งลงไป คนผสมแค่พอเข้ากัน เตรียมไว้
• ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงในไข่ขาว เปิดเครื่องตีแป้ง ตามด้วยน้ำตาลทรายอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ ตีจนไข่ขาวตั้งยอด
• แบ่งส่วนผสมไข่ขาวเป็น 2 ส่วน ตักใส่ส่วนผสมแป้งแล้วคนผสมเบา ๆ ให้เข้ากัน เทใส่ลงในพิมพ์ โรยด้วยอัลมอนด์สไลซ์แล้วหมุนพิมพ์ประมาณ 3-4 รอบ นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 140 องศาเซลเซียส ประมาณ 32 นาที
• นำขนมออกจากเตาอบ ใช้มีดแซะข้าง ๆ พิมพ์แล้วคว่ำขนมออกจากพิมพ์ ลอกกระดาษออก วางพักไว้บนตะแกรง ตัดเค้กเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

แหล่งที่มา cooking.kapook.

Read More