Brendon, Author at สูตรเค้กไม่ลับมีมากกว่า 10000 สูตร - Page 4 of 6

ขนมผิง

ขนมผิง

ขนมผิง เป็นขนมไทยชนิดหนึ่ง ทำมาจากแป้งผสมกับน้ำตาล แล้วนำไปอบด้วยไฟบนและไฟล่างจนกรอบ

มีรูปร่างแบนคล้ายไข่แมงมุม มีสีเหลืองนวล  วันนี้เราจะมานำเสนอวิธีการทำขนมกัน ได้ด้วยตัวเองมาลองดูเมนูเเล้วไปเข้าครัวเริ่มทำกันได้เลย

ส่วนผสม

1. แป้งมัน 1 กก.
2. น้ำตาลทราย 1/2 กก.
3. หัวกะทิ 2 ถ้วย (คั้นจากมะพร้าวขูดขาว 800 กรัม)
4. ไข่ไก่ 4 ฟอง
ตาทำครั้งนี้ใช้ส่วนผสมเหลือ
1. แป้งมัน 500 กรัม
2. น้ำตาลทรายขาว 250 กรัม
3. น้ำกะทิ 250 กรัม
4. ไข่ไก่ 2 ฟอง

วิธีทำ
มีเพิ่มเติมจากเดิมนิดหน่อย คือ เอาแป้งมันมาคั่วในกระทะให้สุกเหลืองนวลก่อนค่อยเอามาทำขนมค่ะ ถ้าใครอยากได้กลิ่นหอมของใบเตย ก็เอาใบเตยคั่วไปพร้อมกับแป้งเลยค่ะ แต่ตาไม่มี ไม่ใช้
1. คั้นกะทิ ให้ได้ 2 ถ้วย (ไม่คั้นใช้แบบกล่อง 1 กล่อง)
2. ผสมกะทิ น้ำตาลคนพอละลายตั้งไฟเคี่ยวให้เป็นยางมะตูม ยกลงทิ้งไว้ให้พออุ่น
3. พอกะทิอุ่น ใส่ไข่ที่ตีแตกแล้วลงไปคนให้เข้ากัน แล้วค่อยๆ เติมแป้งลงไป นวดให้เข้ากันจนแป้งเนียนไม่ติดชามผสม
4. ปิดแรปพักไว้ 1 คืน เช้ามาเอามานวดใหม่อีกครั้งแล้วค่อยปั้นเป็นก้อนกลมๆ ขนาดประมาณลูกมะเขือพวง วิธีการตามถนัดเลยค่ะ ตาเอามาคลึงให้ยาวๆ ก่อนแล้วค่อยแบ่งเป็นก้อนจะได้ขนาดเท่าๆกันค่ะ
5. เรียงใส่ถาดที่ทาน้ำมัน เอาเข้าอบ จนสุกด้วยไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 12-15 นาทีไฟบนล่าง
6. เอาออกมาพักให้เย็นแล้วเอาไปอบควันเทียน เสร็จแล้วก็เก็บใส่ภาชนะปิดมิดชิดจ้า

แหล่งที่มา tuktajurairat.blogspot

Read More

เค้กสตอเบอรี่ Strawberry Cake

 

เค้กสตอเบอรี่

 

เค้กสตอเบอรี่ Strawberry Cake เค้กยอดนิยมตลอดกาลสำหรับสาวๆเรียกได้ว่าแถบจะหลงรักเมนูขนมอบนี้เป็นพิเศษเพราะหน้าตาและสีสันสวยงามดูน่ารับประทาน รสชาติหวานอมเปรี้ยวสตอเบอรี่แน่นๆลูกโตๆและครีมก็ยังไม่หนักจนเกินไปเพราะใช้วิปปิ้งครีมไม่ใช่เนย วันนี้เรามาลองดูวิธีการทำกันดีกว่า

ส่วนผสมตัวเค้ก

1. เนยจืดหั่นเต๋า 100 กรัม
2.ไข่ไก่ 2 ฟอง
3. แป้งเค้ก 100 กรัม
4. เกลือ 1/2 ชช.
5. ผงฟู 1 ชช.
6. ไอซ์ซิ่ง 80 กรัม
7. นมสด 1/2ถ้วย
8. กลิ่นวนิลา 1ชช.

ส่วนผสมแต่งหน้าเค้ก

1. วิปปิ้งครีม 300 มล.
2. ไอซ์ซิ่ง 70 กรัม
3. เกลือ 1/2 ชช.
4. กลิ่นวนิลา 1 ชช.
5. สตอเบอรี่ 1 ถ้วย (หั่นสไลด์)
6. สตอเบอรี่ 5 ลูก

อุปกรณ์ที่ใช้
เครื่องตีเค้ก พิมพ์กรุกระดาษไข ตะแกรง

วิธีทำ
1. ร่อนแป้ง , เกลือ , ผงฟู เข้าด้วยกัน พักไว้ก่อน
2. ตีเนยให้ขึ้นฟู ค่อยๆเติมไอซ์ซิ่งลงไป ตีด้วยความเร็วสูงสุด ประมาณ 5 นาที
3. เติมไข่ไก่ลงไปทีละ 1 ฟอง ตีให้เข้ากันดีแล้วจึงค่อยเติมกลิ่นวนิลาลงไป
4. ลดความเร็วลงต่ำสุด เติมแป้งที่ร่อนแล้วลงไปทีละน้อย สลับกับเติมนมทีละะน้อย เติมจนนมและแป้งหมด
5. ทาเนยขาวในพิมพ์กรุกระดาษไขให้ทั่วพิมพ์เค้ก เทเค้กลงไปเกลี่ยหน้าให้เนียน
6. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศา 30 นาที
7. ตีวิปปิ้งครีมด้วยความเร็วสูงสุดจนขึ้นฟู (ต้องนำวิปปิ้งครีมไปแช่ในช่องฟรีซ 30 นาที ก่อนจะนำมาตีให้ขึ้นฟู ไม่อย่างนั้นจะตีไม่ขึ้น)
8. เติมเกลือและไอซ์ซิ่ง , กลิ่นวนิลาลงไป เมื่อผสมจนครีมขึ้นฟูดีแล้ว นำเข้าตู้เย็นพักไว้ก่อน (ถ้าอยู่ในอุณหภูมิห้อง วิปปิ้งครีมจะยุบตัว)
9. เมื่อเค้กสุกดีแล้ว ดึงกระดาษไขออกคว่ำหน้าเค้กลงบนตะแกรงและพักไว้
10. ตัดเค้กแบ่งเป็น 2 ชั้น ปาดครีมเค้กบางๆบนเค้กชั้นที่ 1 จัดเรียงสตอเบอรี่ สไลด์ลงไปให้ทั่วเค้ก
11.วางเค้กชั้นที่ 2 ลงไป ปาดครีมให้ทั่วหน้าเค้ก บีบครีมด้วยหัวบีบรูปดาว รอบๆเค้ก ตกแต่งด้วยสตอเบอรี่สด เป็นอันเสร็จ

แหล่งที่มา foodtravel

Read More

ขนมครก

 

ขนมครก

ขนมครก ที่เราเห็นหรือกินกันมาตั้งแต่เด็ก สมัยนั้นการแคะขนม-ครกเป็นกิจกรรมที่เด็กทุกคนใฝ่ฝัน เวลาเล่นขายของก็ชอบจำลองเป็นแม่ค้าขายขนมครก

ตอนนี้โตแล้วทำเองได้ทำขายดีรวย กับสูตร ขนมครก ขนมไทยโบราณ ใส่ได้หลายหน้า
เมนู “ขนมครก” ชาววัง กะทิข้น หวานมันกำลังดี บรรจงหยอดแป้งลงหลุม ใส่เครื่องแน่นสะใจ จะต้นหอมหรือข้าวโพดก็อร่อยไม่แพ้กัน ! มาลองดูส่วนผสม และ ทำพร้อม ๆกันเลย

ส่วนผสม

กะทิ 1 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
น้ำอุ่น 1 ถ้วย
น้ำปูนใส 3 ช้อนโต๊ะ
ข้าวสุก 1/4 ถ้วย
กะทิ 1/4 ถ้วย (สำหรับใส่เครื่องปั่น)
น้ำตาลทราย 4 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชาน้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย
เกลือ 1 ช้อนชา
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
หน้าขนม

ข้าวโพด
ต้นหอมซอย
ฟักทอง

วิธีทำ

ทำส่วนผสมของตัวขนมครกก่อน ผสมกะทิ แป้งข้าวเจ้า น้ำอุ่น และน้ำปูนใสในชามผสม คนให้เข้ากัน
นำข้าวสุกไปปั่นในเครื่องปั่นโดยใส่น้ำกะทิ 1/4 ลงไป ตามด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ ปั่นให้ข้าวละเอียด เทส่วนผสมนี้ลงชามกะทิของข้อที่ 1
ทำหน้าขนมครกแยกไว้อีกหนึ่งชามโดยใส่กะทิ น้ำตาลทราย เกลือและแป้งข้าวเจ้า คนให้เข้ากัน
เตรียมกระทะหลุมสำหรับทำขนมครก ทาน้ำมันพืชให้ทั่วกระทะ เทกะทิที่เป็นตัวขนมลงไปก่อน เทให้เกือบถึงขอบหลุม
ทิ้งไว้สักพักรอให้ตัวขนมสุกดี แล้วเทกะทิส่วนของหน้าขนมตามลงไป โรยด้วยหน้าต่างๆ ที่เตรียมไว้ เช่น ข้าวโพด ต้นหอม และฟักทอง
เมื่อเริ่มเห็นว่าหน้าขนมเริ่มสุก ใช้ช้อนตักขึ้นมาพักไว้รอเสิร์ฟได้เลย

แหล่งที่มา food.mthai

Read More

ขนมชั้น

ขนมชั้น เป็นขนมไทยอีกหนึ่งอย่างที่นิยมกินกันเป็นอย่างมาก เพราะหาซื้อได้ง่าย ๆ มีเนื้อที่เหนียวนุ่ม รสชาติหวานละมุน

ทางคนไทยมีความเชื่อว่าจะต้องหยอดขนมให้ได้ 9 ชั้น จึงจะเป็นศิริมงคลเจริญก้าวหน้า เรามาลองดู วัตุดิบ แล้วไปลงมือทำพร้อม ๆกันเลย

ส่วนผสม

• น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วย
• น้ำกะทิ 4 ถ้วย
• แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
• แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย
• แป้งท้าวยายม่อม 1 1/2 ถ้วย (หรือแป้งถั่วเขียว)
• น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย
• น้ำหอมกลิ่นมะลิผสมน้ำ 1/2 ถ้วย
• ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยมสำหรับนึ่งขนม (ขนาด 10×10 นิ้ว หรือ 8×8 นิ้ว)

วิธีทำ

• ใส่น้ำตาลทรายและกะทิลงในหม้อ คนผสมให้เข้ากันแล้วนำขึ้นตั้งไฟปานกลางประมาณ 5 นาที จนน้ำตาลทรายละลาย (ไม่ต้องรอให้เดือด) ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น
• นึ่งถาดหรือพิมพ์ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ประมาณ 15 นาที เตรียมไว้
ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งท้าวยายม่อมเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ เทส่วนผสมน้ำกะทิลงไป ใช้มือนวดแป้งให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นวดประมาณ 15 นาที จนแป้งไม่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำไปกรองด้วยตะแกรง
• แบ่งแป้งเป็น 2 ถ้วย โดยถ้วยที่ 1 ผสมกับน้ำใบเตย และถ้วยที่ 2 ผสมกับน้ำมะลิ คนผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้
ทำชั้นที่ 1 โดยเทส่วนผสมสีขาว (เทส่วนผสมทุกชั้นประมาณ 1/3 ถ้วย) ลงในพิมพ์ ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที เปิดฝา เทส่วนผสมสีเขียวลงไป ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที ทำซ้ำเช่นเดิม สลับชั้นกันจนหมดแป้ง จะได้ประมาณ 9-10 ชั้น โดยชั้นสุดท้าย ให้นึ่งประมาณ 7 นาที ยกออกจากชุดนึ่ง วางพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท (ประมาณ 3 ชั่วโมง)
นำขนมออกจากถาด จุ่มมีดลงในน้ำร้อน กดลงบนขนมเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

แหล่งที่มา cooking.kapook

Read More

ทองหยอด ขนมไทยโบราณ

 

ทองหยอด ขนมหวานไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีมากมายหลายชนิด นับว่าเป็นขนมมงคลคู่งานประเพณีไทยอย่างขนม ทองหยอด

ที่มีชื่อที่เป็นมงคล ขาดไม่ได้ในงานบุญ เเละเป็นเมนูที่ทำได้ไม่ยาก มาดูส่วนผสมและวิธีการทำแล้วไปลองกันได้เลย

ส่วนผสม

ไข่เป็ด 20 ฟอง
แป้งข้าวเจ้า10 ถ้วย
น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
น้ำลอยดอกไม้ 1 1/2 ถ้วยตวง
กระทะทองเหลือง

ขั้นตอนเเละวิธีการทำ

ทำการแยกไข่แดงและไข่ขาวออกจากกัน ส่วนที่ต้องการคือไข่แดง ส่วนไข่ขาวเก็บไว้ไปประกอบอาหารอย่างอื่น
นำไข่แดงวางบนผ้าขาวบาง แล้วบีบไข่แดงลงไปในชามผสมเพื่อกรองเยื่อไข่แดงให้ไข่เนียนยิ่งขึ้น ตีไข่แดงให้ขึ้นฟูแล้วใส่แป้งข้าวเจ้าลงไปตีอีกครั้งให้เข้ากัน
ผสมน้ำลอยดอกไม้และน้ำตาลทราย ตั้งไฟแรงจนน้ำตาลเดือดพร้อมกับเคี่ยวใช้เวลาประมาณ 20 นาที จนกลายเป็นน้ำเชื่อมข้น
เสร็จแล้วเทส่วนน้ำเชื่อมแยกไว้ในอ่างสำหรับแช่ทองหยอด และส่วนอีกส่วนให้ตั้งไฟไว้สำหรับหยอดทองหยอด
ต้มน้ำเชื่อมให้เดือดฟูตลอด ใช้ปลายช้อนแกงตักแป้งขึ้นมา กะปริมาณให้พอเหมาะ ใช้นิ้งโป้งดันแป้งลงไปในกระทะ
ขนมลอยขึ้นมาแสดงว่าสุกแล้ว ใช้กระชอนตักขนมขึ้นมาแล้วนำมาพักไว้ในชามน้ำเชื่อมที่แยกไว้ จากนั้นก็ตักขึ้นมาใส่ห่อขนมที่เตรียมไว้ได้เลย

แหล่งที่มา food.mthai

Read More

 

ขนมทองม้วน ” อีกหนึ่งขนมไทยโบราณที่ใครหลายๆ คน ต้องเคยลิ้มลองรสชาติกันมาบ้างแล้ว ขนมที่มีรสชาติหวาน มัน กรอบ

ในสมัยนี้หารับประทานได้ไม่ยาก มีขายตามร้านค้า ตามท้องตลาดมากมาย ยิ่งถ้าหากทำทานเองที่บ้าน ทำเพื่อใช้ในงานมงคลต่างๆ

หรือทำไว้ทานเล่น วัตถุดิบก็หาได้ไม่ยาก และถ้าใครอยากจะทำขายเพื่อเป็นอาชีพเสริมก็ได้ เพราะวันนี้ ทางเรา มีสูตร

และวิธีการทำ ทองม้วน มาฝาก เรามาดูสูตรแล้วลงมีทำไปพร้อม ๆกันเลย

 

 

วัสดุ/อุปกรณ์ เตาอั้งโล่ขนาด 8 นิ้ว พิมพ์ทองม้วนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว ตะแกรงร่อนแป้ง อ่างผสม กระชอน กะละมัง ไม้แท่งกลมๆ (ม้วนทองม้วน) ถุงพลาสติก ยางรัดถุง

สูตรและส่วนผสม แป้งสาลีตราว่าว 1 กิโลกรัม มะพร้าวขูด 2 กิโลกรัม ไข่ไก่ 10 ฟอง งาดำ ½ ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 9 ขีด เกลือป่น 1 ช้อนชา น้ำสะอาด 7 ขีด น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง

วิธีการทำ นำแป้งสาลีร่อนใส่ภาชนะไว้ นำมะพร้าวขูดมาคั้นกับน้ำ 7 ขีด นำแป้งสาลีที่ร่อนแล้วและน้ำตาลทรายผสมกันในอ่างผสม ใส่ไข่ไก่และเกลือ คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่น้ำกะทิและงาดำ คนให้เข้ากัน นำพิมพ์ทองม้วนมาอังไฟ ใช้ไฟอ่อน อังจนพิมพ์ร้อนจัด ทาน้ำมันพืชให้ทั่วพิมพ์ทั้งสองด้าน อังไฟให้ร้อนอีกครั้ง ตักแป้งหยอดบนพิมพ์ บีบพิมพ์ให้แน่น อังไฟสักครู่ พลิกกลับอีกด้าน พอเหลือง (สังเกตจากแป้งที่เกาะอยู่นอกพิมพ์) ยกพิมพ์ออกจากเตา เปิดพิมพ์ใช้ปลายมีดแซะขนมขึ้น ม้วนด้วยไม้กลม ๆ ทันทีขณะที่ยังร้อนอยู่ เพราะถ้าเย็นจะแข็งกรอบม้วนไม่ได้ จากนั้นปล่อยให้ทองม้วนเย็น แล้วบรรจุใส่ถุงพลาสติก รัดยางให้แน่น

แหล่งที่มา thaismescenter

Read More

ขนมปังกรอบอบเนย

 

ขนมปังกรอบอบเนย ขนมปังแผ่นเหลือง ๆ เป็นเมนุทานเล่นเเสนอร่อย เพราะมีความกรอบหอมของ

เนยไปทั่วของแผ่นขนมปัง วันนี้เรามาลองดูสูตรเเละทำไปพร้อม ๆกันเลย

 

 

ส่วนผสม

• ขนมปังแผ่น ตามชอบ
• เนยจืด
• น้ำตาลทราย

 

วิธีทำ

1. ใช้ขนมปังเก่า 2-3 วัน หั่นให้บางตามชอบ ตัดขอบทิ้งแล้วหั่นเป็นชิ้นตามต้องการ
2. เปิดเตาอบทิ้งไว้ที่อุณหภูมิ 160 องศาฟาเรนไฮต์ เรียงขนมปังใส่ถาดแล้วนำขนมปังไปอบในเตาเพื่อไล่ความชื้น ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
3. หลังจากอบเสร็จแล้วก็พักไว้ให้เย็น ทาเนยจืด ชุบน้ำตาล แล้วนำเข้าเตาอบอีกครั้ง อบที่อุณหภูมิ 160 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 15-20 นาที พักไว้ให้เย็น แล้วเก็บใส่ขวดโหลไว้กินเป็นของว่าง

แหล่งที่มา cooking.kapook

Read More

คุ้กกี้ลิ้นแมว

 

คุ้กกี้ลิ้นแมว ถือเป็นเมนูที่แสนอร่อย เพราะมีความหอม ทั้งกรอบ วัตถุดิบไม่เยอะ วิธีการก็ไม่ซับซ้อน พอทำเสร็จ

จะเก็บใส่โหลไว้กินเพลินๆ ทานคู่ชา กาแฟในตอนเช้าก็ยังได้ ไปดูการทำกันได้เลย

วัตถุดิบ

1. ไข่ขาวเบอร์ 2 ใช้ 3 ฟอง

2. น้ำตาลทรายป่นหรือน้ำตาลทราย 100 กรัม

3. แป้งเค้ก 100 กรัม

4. เนยสดรสเค็ม(เนยอุณหภูมิห้อง) 100 กรัม

5. กลิ่นวานิลา 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

1. ตะล่อมเนยเค็มกับน้ำตาลทรายป่นหรือไอซิ่งจนเข้ากัน จากนั้นร่อนแป้งลงไป (แบ่งร่อนสัก 2-3 รอบ) ตะล่อมจนเข้ากัน

2. ใส่ไข่ขาวลงไป (แบ่งใส่สัก 2-3 รอบ) เพิ่มกลิ่นวานิลลา ตะล่อมจนเข้ากัน

3. ใส่ถุงบีบแล้วนำไปแช่ตู้เย็น 20 นาที

4. จากนั้นนำมาบีบเป็นเส้น (ตามภาพ) ลงในพิมพ์ จากนั้นนำไปอบอุณหภูมิ 180 ํC เป็นเวลา 8-10 นาที

5. พออบเสร็จแล้วแซะออกจากพิมพ์ พักบนตะแกรงให้เย็น หลังจากนั้นก็นำมารับประทานได้เลย

แหล่งที่มา naibann

Read More

บัตเตอร์เค้ก

 

เมนูบัตเตอร์เค้ก เป็นอีกเมนูเค้กยอดนิยมตลอดกาล เพราะด้วยเป็นเค้กเนื้อแน่นหอมเนย กินได้ทุกวัย สูตรนี้ใส่น้ำเชื่อมเพิ่มความหวานให้เนื้อเค้ก ที่ขาดไม่ได้คือเนยสด และ สามารถทำได้หลายรสชาติ ชอคโกแลต วานิลา กาแฟ
และอีกหลายรสชาติ ด้วยตัวเค้กขึ้นฟูด้วยเนย จึงได้เค้กที่มีลักษณะนุ่มแต่แน่น

ส่วนผสม 

แป้งเค้ก 330 กรัม
นมผง 3 ช้อนโต๊ะ
ผงฟู 1/4 ช้อนชา
ผงวานิลลา 1 ช้อนชา (ถ้าใช้แบบน้ำให้ใส่รวมไปกับส่วนผสมเหลว)
น้ำตาลทรายป่น 210 กรัม
ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 6 ฟอง
น้ำ 45 กรัม
เอสพี (SP) 30 กรัม
น้ำเชื่อม 90 กรัม
เนยสดชนิดเค็ม 360 กรัม

ส่วนผสม น้ำเชื่อม

น้ำตาลทราย 500 กรัม
น้ำ 1 ถ้วย
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา

อุปกรณ์

พิมพ์อะลูมิเนียมฟอยล์ (วันนี้ใช้ฟอยล์เบอร์ 4572 จำนวน 3 พิมพ์ กับเบอร์ 4618 จำนวน 2 พิมพ์)

วิธีทำ

1. ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำตาลทราย น้ำ และครีมออฟทาร์ทาร์ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ (ไม่ต้องคน) พอเริ่มเดือด ปิดไฟ ยกลงจากเตา พักไว้ให้เย็น เตรียมไว้ (ถ้าเหลือก็ใส่ขวดเก็บในตู้เย็นไว้ใช้คราวหน้าได้)
2. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง เตรียมไว้
3. ร่อนแป้งเค้ก นมผง ผงฟู ผงวานิลลา และน้ำตาลทรายป่นเข้าด้วยกัน ร่อนทั้งหมด 3 ครั้ง เตรียมไว้
4. ตีผสมไข่ไก่ น้ำ และเอสพี ในโถผสมให้เข้ากัน แล้วใส่แป้งที่ร่อนไว้ลงไป ตีด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 5 นาที จนส่วนผสมข้น ฟู และขาว ลดเป็นความเร็วต่ำแล้วใส่น้ำเชื่อมลงไป
5. ค่อย ๆ เทเนยละลายอุ่นๆ ลงไป ตีต่อและปาดอ่างเป็นระยะ ๆ จนส่วนผสมเข้ากันดี ปิดเครื่อง เทส่วนผสมใส่พิมพ์อลูมิเนียมฟอยล์ (ใส่พิมพ์เบอร์ 4572 ได้ 3 พิมพ์ เหลืออีกเล็กน้อยเทใส่พิมพ์เบอร์ 4618 ได้ 2 พิมพ์)
6. นำเข้าอบ โดยพิมพ์เล็กใช้เวลาประมาณ 18 นาที ส่วนพิมพ์ใหญ่ใช้เวลาประมาณ 35 นาที อบจนสุก นำออกจากเตา วางพักทิ้งไว้สักครู่แล้วนำไปแช่ตู้เย็นเนื้อจะแน่นขึ้น ตัดเนื้อเค้กดูตอนอบเสร็จ สุกดี เนื้อยังไม่แน่น แต่อร่อย หลังจากแช่ตู้เย็น ผ่านมาหลายชั่วโมง เนื้อแน่นขึ้นแล้ว สวยจัง

แหล่งที่มา cooking.kapook

Read More

เค้กฝอยทอง

 

ส่วนผสมเค้กฝอยทอง ประกอบด้วย แป้งเค้ก200กรัมหรือแป้งเอนกประสงค์
และผงฟู1 1/2 ช.ช เบกกิ้งโซดา1ช.ช ไข่ไก่3ฟอง น้ำตาลทราย200กรัม
เนยสดละลาย300กรัม นมสด1ถ้วย มะนาว1ลูก เฉพาะน้ำ ห้ามขม ฝอยทอง ตระกร้อตีมือ

ขั้นตอนการทำ ใส่ฝอยทองที่ก้นพิมพ์ กดให้แน่นๆ หลังจากนั้นหยดเนยที่ละลายแล้ว ลงไปนิดหน่อย เพื่อสีจะได้เงาสวย ร่อนแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดาสัก2รอบ พักไว้ ตีไข่ น้ำตาลทราย นมสด น้ำมะนาว ใส่แป้ง ใส่เนย ตีเบาๆรวมเข้าด้วยกัน
เทใส่พิมพ์ ที่รองด้วยฝอยทอง พอน้ำเดือด ยกขึ้นอบ
พออบเสร็จเอาออกรอให้เย็นสักหน่อย ใช้มีดปลายแหลมแซะด้านข้างและคว่ำใส่จาน เสร็จเรียบร้อย

แหล่งที่มา smeleader

Read More
the best bitcoin tumbler