ขนมไทย Archives - สูตรเค้กไม่ลับมีมากกว่า 10000 สูตร

บัวลอยไข่หวาน เมนูขนมหวาน อร่อย ๆแบบไทย ๆ

บัวลอยไข่หวาน

บัวลอยไข่หวาน เมนูของหวานแสนอร่อยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เเละวันนี้เรามีสูตร
เเละวิธีการทำมาบอกต่ออีกด้วย หากพร้อมแล้วไปดูกันเลย

ส่วนผสม

สำหรับ 1 หม้อเล็ก
ฟักทองนึ่ง100ก
มันม่วงนึ่ง150ก
แป้งข้าวเหนียว2 ถ้วยครึ่ง
แป้งข้าวเจ้าครึ่งถ้วย
ใบเตย4 มัด
กะทิ650ก
เกลือ1/2ชช.
น้ำตาล100ก.

ขั้นตอนการทำ

1.ยึ่งฟักทอง มันม่วงให้สุก ประมาณ 10 นาที

2.ร่อนแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า ให้เข้ากัน
-แบ่งแป้งฟักทอง แป้ง 100 กรัม เนื้อฟักทอง 100กรัม นวดเข้ากันจนเป็นก้อน
-แบ่งแป้งมันม่วง แป้ง 150 กรัม เนื้อมันม่วง
150 กรัม น้ำกะทิ 150 กรัม นวดจนเข้ากันเป็นก้อน

3.นำมาปั่นเป็นก้อนกลมๆ

4.ทำน้ำกะทิ ใส่กะทิ 650 กรัม ใบเตย 2 มัด น้ำตาลทราย 100 กรัม เกลือ 1/2 ชช คนให้เข้ากันพอเดือดปิดไฟพักไว้

5.ตั้งหม้อ ต้มน้ำเปล่าให้เดือดใส่ใบเตย 2มัด รอน้ำเดือดใส่ บัวลอย ลวกจนสุก สังเกตตัวเม็ดจะลอยขึ้นมา ตักใส่ในน้ำกะทิ เป็นอันเสร็จ

6.ตักใส่ถ้วยพร้อมเสริฟ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเเล้ว

Read More

สูตรเเละวิธีการทำ กล้วยไข่เชื่อม

กล้วยไข่เชื่อมกระทิ 

กล้วยไข่เชื่อมกระทิ เมนูของหวานเเสนอร่อยที่เป็นที่ถูกใจของใครหลาย ๆคน เเละวันนี้เรามีสูตรเเละวิธีการทำ
มาบอกต่ออีกด้วยรับรองอร่อยไม่แพ้ซื้อเขาทานอย่างแน่นอน หากพร้อมแล้วไปดูกันเลย

ส่วนผสม

• กล้วยไข่ห่าม ๆ 2 หวี
• น้ำตาลทรายขาว 450 กรัม
• น้ำสะอาด 400 กรัม
• หัวกะทิ 2 ถ้วย
• เกลือป่น (หยิบมือ)
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ

1. ปอกเปลือกกล้วยไข่ออก ดึงเส้นดำออกให้หมด ตัดหัว-ท้ายเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม แช่ไว้ในน้ำผสมเกลือนิดหน่อย
เพื่อไม่ให้กล้วยเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ๆ (แต่ถ้าหากปอกแล้วเชื่อมเลย ก็ไม่ต้องแช่)
2. ทำน้ำเชื่อม โดยผสมน้ำกับน้ำตาลทรายเข้าด้วยกันแล้วนำไปตั้งไฟ คนให้ละลาย นำมากรองด้วยผ้าขาวบางหรือกระชอนตาถี่ ๆ
ครั้งหนึ่ง จากนั้นก็เทใส่กลับคืนหม้อ แล้วนำไปตั้งไฟเคี่ยวต่อจนน้ำเชื่อมข้น ข้อสังเกตคือฟอง
ก็จะยิ่งเล็กลงในสูตรเคี่ยวน้ำเชื่อมให้ลดลงไปประมาณ 1/4 ส่วน ก็จะได้น้ำเชื่อมที่มีความเหนียวได้ที่
3. ใส่กล้วยไข่ลงไปในน้ำเชื่อม ใช้ไฟกลาง ๆ ค่อนมาทางอ่อน รอจนกล้วยมีสีเหลืองเข้มสม่ำเสมอกัน ตักใส่ภาชนะ ราดกะทิ

Read More

ตะโก้เผือก ขนมไทยโบราณแสนอร่อย

ตะโก้เผือก เมนูขนมไทยโบราณที่มีความอร่อย หอมมันกระทิ เรียกได้ว่าหากได้ทานเเล้ว ชิ้นเดียวไม่เคยพอ
และวันนี้เราจะเเนะนำสูตรวิธีการทำอันแสนง่าย แต่อร่อยอย่างแน่นอนหากพร้อมแล้วไปดูกันเลย

วัตถุดิบ

แป้งข้าวเจ้า 1 กิโลกรัม
แป้งมัน 1 ทัพพี ( สำหรับผสมแป้ง )
น้ำเปล่า 1 ลิตร
น้ำตาล 8 ช้อนโต้ะ ( สำหรับผสมแป้ง )
เผือก หั่นลูกเต๋า 1 ถ้วย
หางกะทิ 1 ถ้วย
หัวกะทิ 1 ถ้วย
แป้งข้าวโพด 1 ทัพพี
แป้งมัน 1 ช้อนชา ( สำหรับผสมกะทิ )
เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
กระทงสำหรับใส่ตะโก้

ขั้นตอนการทำ

1.เตรียมเผือก ด้วยการ นำเผือกไปนึ่ง ประมาณ 10 นาที จากนั้นนำมาพักเอาไว้ก่อน
เตรียม แป้งตะโก้ โดย ตั้งหมอ ความร้อนอ่อน จากนั้น ใส่ แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และ น้ำเปล่า ลงไปกวน จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำตาง กวนไปเรื่อยๆ จนเนื้อแป้ง เป็นเหมือนเจล
2.จากนั้นใส่ เผือก ลงไปผสมกับแป้ง กวนให้ เผือก กระจายทั่วแป้ง
ตักแป้งลงใน กระทงตะโก้ ใส่ให้เต็ม กระทง จากนั้นพักเอาไว้ก่อน รอโรยหน้า กะทิ
3.เตรียม กะทิสำหรับราดตะโก้ ให้ ผสม หัวกะทิ หางกะทิ น้ำตาล เกลือ แป้งข้าวโพด และ แป้งมัน ผสมให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน
จากนั้นนำไปตุ๋น คือ นำหม้อต้มน้ำ จากนั้น นำหมอที่ผสมกะทิ ลงในหมอน้ำร้อน ให้ หม้อกะทิได้รับความร้อนจากน้ำเดือด จากนั้น กวนกะทิไปเรื่อยๆ ให้เนื้อกะทิเป็นเจล เหนียว
4.ราดกะทิลงบน กระทงตะโก้ รายสักสามชั้น โดยให้ใช้แรกเซ็ตตัวก่อน จึงค่อยราดชั้นต่อไป
เสร็จ ขนมตะโก้เผือก พร้อมรับประทาน

Read More

” ข้าวต้มมัด ” เมนูขนมไทยโบราณที่มาตั้งเเต่โบราณ

 

ข้าวต้มมัด เมนูขนมไทย ที่มาตั้งเเต่โบราณ ถือเป็น เมนูของหวานยอดนิยม ที่เป็นที่ชื่นชอบ
ของใครหลายคน เพราะเป็นขนมที่มีความหอมของข้าวเหนียว เเละ ส่วนผสมที่เอามาทำเป็นไส้ข้างใน
และยังเป็นเมนูที่นิยมทำกินในงานบุญประเภณีต่างๆของคนไทยพวกเราอีกด้วย
วันนี้เราจะ พาทุกคไปดูส่วนผสมและวิธีการ ถ้าหากพร้อมแล้วไปลงมือทำกันได้เลย

ส่วนผสม

-ข้าวเหนียวเขี้ยวงูใหม่ 800 กรัม
-กล้วยน้ำว้าสุก 10 ผล
-ถั่วดำ 100 กรัม
-ใบเตย
-หัวกะทิ ถ้วย
-น้ำตาล 100 กรัม
-เกลือป่น ช้อนชา
-จัดเตรียมใบกล้วยชิ้นละ ใบ
-ใบกล้วยชั้นแรก 8×9 นิ้ว
-ใบกล้วยชั้นสอง 6×8 นิ้ว
-ตอกหรือเชือกสำหรับห่อ

ข้าวต้มมัด

ขั้นตอนการทำ

-เริ่มด้วยการแช่ถั่วดำทิ้งเอาไว้ข้ามคืนแล้วเอามานึ่งให้พอสุกต่อมา
ล้างข้าวเหนียวให้สะอาดแล้วค่อยนำไปแช่น้ำ ทิ้งเอาไว้ ชั่วโมง เสร็จแล้วตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำพักไว้

-ตั้งกะทิในกระทะ ใส่ใบเตยลงไปเปิดไฟแรงปานกลาง เมื่อกะทิเริ่มเดือด
ตักใบเตยออกแล้วใส่เกลือกับน้ำตาลลงไปต่อจากนั้น
ลดไฟลงใส่ข้าวเหนียวลงไปผัดกับกะทิ ผัดไปในทิศทางเดียวกัน ผัดจนกระทั่งข้าวเหนียวแห้ง
ใช้เวลาราว 15 นาที พอข้าวเหนียวเริ่มแห้งก็ปิดไฟ พักข้าวเหนียวไว้ให้เย็น

-ถัดมาปอกกล้วยแล้วผ่าครึ่งจัดแจงไว้ วางใบกล้วยประกบด้านสีอ่อนของใบกล้วยเข้าหากัน
ใบใหญ่ไว้ด้านนอกใบเล็กไว้ด้านในใส่ข้าวเหนียวลงไปโดยประมาณ ช้อนโต๊ะ
 ใช้ช้อนเกลี่ยข้าวเหนียวให้แบน แล้วต่อจากนั้นก็วางกล้วยลงไปตรงกลางแล้วก็ปิดด้วยข้าวเหนียวอีกครั้ง
 โรยหน้าด้วยถั่วดำ

-ห่อใบกล้วยให้แน่นแล้วผูกด้วยตอกหรือเชือก นำข้าวต้มไปเรียงใส่ลังนึ่ง
 นึ่งด้วยไฟแรงใช้เวลา 20 นาที เมื่อเสร็จแล้วหลังจากนั้นก็ปิดไฟยกลงจากลังนึ่งจัดใส่จานเสิร์ฟได้เลย

Read More

กล้วยบวชชี

 

กล้วยบวชชี หากบ้านใครที่มีกล้วยน้ำว้าเยอะแยะเกินและรู้ตัว่ากินไม่ทันแน่ๆ แบ่งมาทำเมนูกล้วยบวชชีดีกว่า
 สูตรนี้กะทิหอมกลิ่นใบเตย มาพร้อมเคล็ดลับการต้มกล้วยไม่เละ ไม่ดำ รสชาติไม่ฝาด
รับรองอร่อยจนคำสุดท้าย เรามาดูขั้นตอนและลงมือทำไปพร้อมๆกันเลย

 

ส่วนผสม

• กล้วยน้ำว้าห่าม หวี
• 
หางกะทิ 500 มล.
• 
ใบเตย ใบ
• 
น้ำตาลปีบ ช้อนโต๊ะ
• 
น้ำตาล ช้อนโต๊ะ
• 
เกลือปริมาณนิดหน่อย
• 
หัวกะทิ 400 มล.

วิธีทำ

1. ต้มกล้วยน้ำว้าในน้ำเดือด ประมาณ 3-5 นาที จนผิวกล้วยเริ่มแตกออก ตักขึ้น ปอกเปลือกแล้วหั่น
เป็นชิ้นพอดีคำ
2.
ต้มหางกะทิกับใบเตยจนเดือด ใส่กล้วยตามด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และเกลือ ต้มจนเดือดอีกครั้ง ใส่หัวกะทิลงไป
 ต้มจนเดือดประมาณ นาที ตักใส่ถ้วย พร้อมรับประทาน

 …

Read More

ทับทิมกรอบ

 

ทับทิมกรอบ เมนูขนมไทยที่มีความ หวานหอมกะทิอบควันเทียน ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟเย็น ๆ
นี่มันฟินยิ่งกว่าอะไรดี แต่ปกติที่เราเห็นทับทิม-กรอบก็มักจะเป็นสีชมพูไม่ก็สีแดง แต่วันนี้
เราจะนำเสนอสุตรใหม่มานำเสนอเพื่อให้ เมนูนี้มีความน่ากินสวยงามเพิ่มขึ้น


ส่วนผสม

​​ •​ ​น้ำลอยดอกมะลิ
​​ •​ ​กะทิสำเร็จรูป 1 กล่อง
​​ •​ ​เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
​​ •​ ​ใบเตยมัดเป็นปม
​​ •​ ​เทียนสำหรับอบขนม
​​ •​ ​แห้ว
​​ •​ ​สีผสมอาหารสีแดงผสมน้ำ
​​ •​ ​สีผสมอาหารสีเขียวผสมน้ำ
​​ •​ ​แป้งมัน
​​ •​ ​น้ำตาลทราย (ไม่ขัดสี)
​​ •​ ​น้ำแข็งบด

วิธีทำ

​นำดอกมะลิมาลอยในน้ำทิ้งไว้ เตรียมไว้สำหรับทำน้ำเชื่อมเพื่อความหอมสดชื่น
​ผสมน้ำกะทิกับเกลือ ใส่ใบเตยมัดเป็นปมลงไป นำขึ้นตั้งไฟ ต้มแค่พอร้อน
จุดเทียนสำหรับอบขนมแล้วเป่าให้ดับ ใส่ลงในถ้วยเล็ก ๆ นำไปลอยในน้ำกะทิ
ปิดฝาหม้อ อบทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำเทียนขึ้นมาจุดใหม่แล้วใส่ลงไปอบซ้ำหลาย ๆ ครั้ง
(ยิ่งนานยิ่งดี) เตรียมไว้

​หั่นแห้วเป็นชิ้นเล็ก ๆ (ซื้อแห้วกระป๋องมา แห้วสด ๆ ก็ยิ่งดี เพราะราคาถูกกว่ากระป๋อง
แต่แบบกระป๋องจะหอมหวานกว่าเพราะเค้าแช่ในน้ำเชื่อมมาแล้ว บางคนก็ใช้มันแกวนะ
แต่บอกเลยว่าไม่อร่อยเท่าแห้วหรอก มันแกวนาน ๆ ไปจะแห้ง ความกรอบก็สู้แห้วไม่ได้)
​ ​ผสมน้ำกับสีผสมอาหารทั้ง 2 สี เตรียมไว้

ใส่แห้วที่หั่นแล้วลงไปคลุกในสีผสมอาหารแต่ละสีให้เข้ากัน พักไว้
(ให้สีที่ตัวแห้วอิ่มตัวดี ๆ อยากแดงมากก็ทิ้งนาน ๆ แดงน้อยก็ทิ้งแป๊บเดียว)

ใส่แห้วทั้ง 2 สีลงคลุกในแป้งมัน (บางคนก็ใส่แป้งท้าวลงไปนิดนึง)
คลุกให้แป้งเคลือบดี แล้วร่อนแป้งส่วนเกินออก นำไปลวกในน้ำเดือดจนแห้วลอยขึ้นมา
ต้มน้ำลอยดอกมะลิที่เตรียมไว้กับน้ำตาลทรายไม่ขัดสี และใบเตย
เคี่ยวให้เหนียวเล็กน้อย เตรียมไว้ ​ตักทับทิมกรอบและมรกตใส่ถ้วย
ตามด้วยน้ำเชื่อม กะทิ และน้ำแข็งบด พร้อมเสิร์ฟ…

Read More

ข้าวเหนียวมะม่วง

 

ข้าวเหนียวมะม่วง เมนูขนมไทยที่มีรสชาติ หวาน อมเปรี้ยว เมนูที่ยากจะปฏิเสธเห็นขายตามร้านทั่วไป
ดูแล้วจะทำกินเองดูยากเหลือเกินแต่ถ้าอยากกินเป็นจำนวนมาก ๆ กินกันทั้งครอบครัวแนะนำให้ลองทำเองดู
แม้ขั้นตอนจะดูเยอะหรือใช้เวลานาน แต่เพื่ออาหารที่มีรสชาติเข้มข้นจากฝีมือเราเอง
ใส่เครื่องเต็มที่ไม่ต้องประหยัดมากมาย ทำเองคุ้มค่ากว่า ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลย

ส่วนผสม
ข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 300 กรัม
หัวกะทิ 800 กรัม
ใบเตย 1 มัด
สารส้ม 1 ก้อน

ข้าวเหนียวมะม่วง

วิธีทำ

ใช้สารส้มก้อนขัดข้าวเหนียว (แห้ง) โดยการใช้มือตักขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วมืออีกข้างหนึ่งใช้สารส้มขัดเบาๆ วิธีนี้จะทำให้ข้าวเหนียวเป็นสีสุกใสเมื่อมูนเสร็จ
เติมน้ำลงไปในข้าวเหนียวแห้ง น้ำสูงกว่าข้าว 1.5 นิ้ว และขัดด้วยสารส้มอีกครั้งหนึ่ง ขัดอย่างเบามือ ไม่ให้เมล็ดข้าวแตกหรือหัก ขัดไปจนกว่าน้ำที่เทใส่ลงไปขุ่นเป็นสีขาว และเทน้ำทิ้งได้เลย

ซาวข้าวเหนียว 4 รอบ หรือซาวจนน้ำที่ซาวนั้นใส ไม่ขุ่น จากนั้นก็เทน้ำสะอาดลงไปให้ท่วยข้าวเหนียว สูงกว่าข้าวเหนียว 2 – 3 นิ้ว แช่ทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง
แช่จนได้ที่แล้ว ก็เทข้าวเหนียวใส่กระชอนเพื่อให้สะเด็ดน้ำออกให้หมด จากนั้นก็นำไปนึงใช้เวลา 20 นาที

เตรียมน้ำกะทิสำหรับมูนข้าวเหนียว นำหัวกะทิเทลงชามผสมใบใหญ่ และใส่เกลือและน้ำตาลทรายลงไป ขนให้เข้ากัน และขยำด้วยใบเตย
ขยำจนพอได้กลิ่่นใบเตยและน้ำตาลเกลือละลายจนหมด กรองด้วยกระชอยตาถี่หรือผ้าขาวบางอีกครั้ง

เมื่อข้าวเหนียวสุกดีแล้ว รีบเทข้าวเหนียวในขณะที่ยังร้อน ใส่ลงไปในน้ำกะทิ คนด้วยพายให้น้ำกะทิซึมเข้าไปในข้าวเหนียว
คนเสร็จแล้วปิดฝาให้สนิทใช้เวลา 10 นาที แล้วเปิดฝาขึ้นมาคนต่อโดยการใช้ไม้พายปาดไปมา ปิดฝาต่ออีก 20 นาที
แล้วเปิดขึ้นมาปาดใหม่อีกหนึ่งรอบ ปิดฝาไว้อีก 10 นาที แล้วเราก็ได้ข้าวหนียวมูนเม็ดใสน่ารับประทาน

เตรียมมะม่วงสุก ปอกเปลือกฝานลงบนจาน ตักข้าวเหนียวมูนวางข้างๆ แล้วราดด้วยน้ำกะทิ
ทำตามทุกขั้นตอนก็จะได้ข้าวเหนียวมูนหวานหอมตรามที่ต้องการ เปลี่ยนหน้าได้ไม่จำเป็นต้องเป็นมะม่วงเพียงอย่างเดียว สามารถกินกับอะไรได้หลายอย่าง ลองนำสูตรนี้ไปปรับได้ ไม่ว่ากันค่ะ…

Read More

ขนมครก

 

ขนมครก เมนูขนมไทย ที่เป็นที่นิยม สามารถทำกินเองได้ ง่ายๆ เป็นขนมทอดบนกระทะหลุม เคล็ดลับความอร่อยของขนมไทย
ชนิดนี้ คือ แป้งและกะทิ ที่แป้งต้องเหนียวนุ่น ส่วนกะทิได้รสชาติที่กลมกล่อม พอดีไม่หวานเกินไป วันนี้่เราจะมานำเสอนสุตร เเละวิธีการทำ

ขนมครก

ส่วนผสม

แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
น้ำกะทิ 1 ถ้วยตวง
น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง
น้ำปูนใส 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1 ช้อนชา
ส่วนผสมสำหรับทำน้ำกะทิขนมครก

หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา
เม็ดข้าวโพด , ใบต้นหอม , ฟักทอง ( สำหรับโรยหน้าขนมครก )
น้ำมันพืช

วิธีทำ

เริ่มผสมแป้ง โดยเตรียมภาชนะสำหรับผสมแป้ง ใส่น้ำปูนใสและกะทิลงไป ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ เกลือป่น น้ำสะอาด และ แป้งข้าวเจ้า
ผสมให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งไว้ 30 นาทีให้แป้งดูดน้ำให้อิ่มตัวเต็มที่

เริ่มผสมกะทิ โดยเตรียมภาชนะ ผสมหัวกะทิ น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และ แป้งข้าวเจ้า ผสมให้ส่วนผสมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งเอาไว้ 30 นาที
เตรียมกระทะหลุมสำหรับทอดขนมครกให้ใช้ผ้าชุบน้ำมัน เช็ดหลุมกระทะ เพื่อเวลาเทกะทิลงไปกะทิจะไม่ติดกระทะ สามารถแกะขนมออกง่ายขึ้น

เมื่อกระทะหลุมเริ่มร้อน ให้เทน้ำแป้งลงไปก่อน ให้แป้งเต็มขอบหลุม เพื่อให้แป้งกรอบเป็นทรงขนมครก จากนั้นปิดฝาให้แป้งขนมเซ็ตตัวก่อน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
เมื่อแป้งเซ็ตตัวได้ที่ประมาณ 50% แล้ว ให้เติมน้ำกะทิลงไปให้เต็มหลุม และปิดฝาอบต่อให้ขนมครกเต็มหลุมและเป็นชิ้น
เมื่อกะทิเริ่มเซ็ตตัว ให้ใส่ท๊อปปิ้งลงไปได้ ตามใจชอบ เมื่อท๊อปปิ้งสุกเต็มที่ ก็แกะขนมครก และ วางประกบกันให้สวยงาม…

Read More

ขนมครก

 

ขนมครก

ขนมครก ที่เราเห็นหรือกินกันมาตั้งแต่เด็ก สมัยนั้นการแคะขนม-ครกเป็นกิจกรรมที่เด็กทุกคนใฝ่ฝัน เวลาเล่นขายของก็ชอบจำลองเป็นแม่ค้าขายขนมครก

ตอนนี้โตแล้วทำเองได้ทำขายดีรวย กับสูตร ขนมครก ขนมไทยโบราณ ใส่ได้หลายหน้า
เมนู “ขนมครก” ชาววัง กะทิข้น หวานมันกำลังดี บรรจงหยอดแป้งลงหลุม ใส่เครื่องแน่นสะใจ จะต้นหอมหรือข้าวโพดก็อร่อยไม่แพ้กัน ! มาลองดูส่วนผสม และ ทำพร้อม ๆกันเลย

ส่วนผสม

กะทิ 1 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
น้ำอุ่น 1 ถ้วย
น้ำปูนใส 3 ช้อนโต๊ะ
ข้าวสุก 1/4 ถ้วย
กะทิ 1/4 ถ้วย (สำหรับใส่เครื่องปั่น)
น้ำตาลทราย 4 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชาน้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย
เกลือ 1 ช้อนชา
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
หน้าขนม

ข้าวโพด
ต้นหอมซอย
ฟักทอง

วิธีทำ

ทำส่วนผสมของตัวขนมครกก่อน ผสมกะทิ แป้งข้าวเจ้า น้ำอุ่น และน้ำปูนใสในชามผสม คนให้เข้ากัน
นำข้าวสุกไปปั่นในเครื่องปั่นโดยใส่น้ำกะทิ 1/4 ลงไป ตามด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ ปั่นให้ข้าวละเอียด เทส่วนผสมนี้ลงชามกะทิของข้อที่ 1
ทำหน้าขนมครกแยกไว้อีกหนึ่งชามโดยใส่กะทิ น้ำตาลทราย เกลือและแป้งข้าวเจ้า คนให้เข้ากัน
เตรียมกระทะหลุมสำหรับทำขนมครก ทาน้ำมันพืชให้ทั่วกระทะ เทกะทิที่เป็นตัวขนมลงไปก่อน เทให้เกือบถึงขอบหลุม
ทิ้งไว้สักพักรอให้ตัวขนมสุกดี แล้วเทกะทิส่วนของหน้าขนมตามลงไป โรยด้วยหน้าต่างๆ ที่เตรียมไว้ เช่น ข้าวโพด ต้นหอม และฟักทอง
เมื่อเริ่มเห็นว่าหน้าขนมเริ่มสุก ใช้ช้อนตักขึ้นมาพักไว้รอเสิร์ฟได้เลย

แหล่งที่มา food.mthai

Read More