สูตรเค้กไม่ลับมีมากกว่า 10000 สูตร - Page 2 of 4 -Our Blog

ทับทิมกรอบ

 

ทับทิมกรอบ เมนูขนมไทยที่มีความ หวานหอมกะทิอบควันเทียน ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟเย็น ๆ
นี่มันฟินยิ่งกว่าอะไรดี แต่ปกติที่เราเห็นทับทิม-กรอบก็มักจะเป็นสีชมพูไม่ก็สีแดง แต่วันนี้
เราจะนำเสนอสุตรใหม่มานำเสนอเพื่อให้ เมนูนี้มีความน่ากินสวยงามเพิ่มขึ้น


ส่วนผสม

​​ •​ ​น้ำลอยดอกมะลิ
​​ •​ ​กะทิสำเร็จรูป 1 กล่อง
​​ •​ ​เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
​​ •​ ​ใบเตยมัดเป็นปม
​​ •​ ​เทียนสำหรับอบขนม
​​ •​ ​แห้ว
​​ •​ ​สีผสมอาหารสีแดงผสมน้ำ
​​ •​ ​สีผสมอาหารสีเขียวผสมน้ำ
​​ •​ ​แป้งมัน
​​ •​ ​น้ำตาลทราย (ไม่ขัดสี)
​​ •​ ​น้ำแข็งบด

วิธีทำ

​นำดอกมะลิมาลอยในน้ำทิ้งไว้ เตรียมไว้สำหรับทำน้ำเชื่อมเพื่อความหอมสดชื่น
​ผสมน้ำกะทิกับเกลือ ใส่ใบเตยมัดเป็นปมลงไป นำขึ้นตั้งไฟ ต้มแค่พอร้อน
จุดเทียนสำหรับอบขนมแล้วเป่าให้ดับ ใส่ลงในถ้วยเล็ก ๆ นำไปลอยในน้ำกะทิ
ปิดฝาหม้อ อบทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำเทียนขึ้นมาจุดใหม่แล้วใส่ลงไปอบซ้ำหลาย ๆ ครั้ง
(ยิ่งนานยิ่งดี) เตรียมไว้

​หั่นแห้วเป็นชิ้นเล็ก ๆ (ซื้อแห้วกระป๋องมา แห้วสด ๆ ก็ยิ่งดี เพราะราคาถูกกว่ากระป๋อง
แต่แบบกระป๋องจะหอมหวานกว่าเพราะเค้าแช่ในน้ำเชื่อมมาแล้ว บางคนก็ใช้มันแกวนะ
แต่บอกเลยว่าไม่อร่อยเท่าแห้วหรอก มันแกวนาน ๆ ไปจะแห้ง ความกรอบก็สู้แห้วไม่ได้)
​ ​ผสมน้ำกับสีผสมอาหารทั้ง 2 สี เตรียมไว้

ใส่แห้วที่หั่นแล้วลงไปคลุกในสีผสมอาหารแต่ละสีให้เข้ากัน พักไว้
(ให้สีที่ตัวแห้วอิ่มตัวดี ๆ อยากแดงมากก็ทิ้งนาน ๆ แดงน้อยก็ทิ้งแป๊บเดียว)

ใส่แห้วทั้ง 2 สีลงคลุกในแป้งมัน (บางคนก็ใส่แป้งท้าวลงไปนิดนึง)
คลุกให้แป้งเคลือบดี แล้วร่อนแป้งส่วนเกินออก นำไปลวกในน้ำเดือดจนแห้วลอยขึ้นมา
ต้มน้ำลอยดอกมะลิที่เตรียมไว้กับน้ำตาลทรายไม่ขัดสี และใบเตย
เคี่ยวให้เหนียวเล็กน้อย เตรียมไว้ ​ตักทับทิมกรอบและมรกตใส่ถ้วย
ตามด้วยน้ำเชื่อม กะทิ และน้ำแข็งบด พร้อมเสิร์ฟ…

Read More

ลูกชุบ ขนมไทย สีสันสวยงาม น่ารับประธาน

 

ลูกชุบ ถือเป็น ขนมไทย ชนิดหนึ่งทำด้วยถั่วเขียวบดกวนปั้นเป็นรูปร่างต่าง ๆ ระบายสี แล้วนำไปชุบวุ้นให้สวยงาม
สีที่ใช้ทำลูกชุบนั้นนอกจากระบายลงบนถั่วเขียวกวนที่ปั้นแล้ว ยังใส่สีลงในถั่วกวนโดยตรงได้อีก วันนี้เราขอนำ
เสนอสูตร เเละวิธีการทำ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง


ส่วนผสม 

• ผงวุ้น 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำ 500 กรัม
• น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
• สีผสมอาหารสีเหลือง สีแดง สีเขียว สีส้ม และสีม่วง (ใช้สีแดง 10 หยด+สีน้ำเงิน 2 หยด)

หมายเหตุ : สัดส่วนการผสมสีใช้น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ ต่อสี 10-15 หยด

ส่วนผสม ถั่วกวน

• ถั่วเขียวเราะเปลือก 500 กรัม
• น้ำตาลทราย 450 กรัม
• น้ำมันพืช หรือกะทิ 1 ถ้วยตวง
• เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

ล้างถั่วเขียวเราะเปลือกให้สะอาด ล้างหลาย ๆ รอบจนน้ำใส หลังจากนั้นแช่น้ำทิ้งไว้อย่างต่ำ 5 ชั่วโมง หรือใครจะเอาไปแช่ตู้เย็นเลยก็ได้บ้านเราอากาศค่อนข้างร้อน ถั่วอาจจะเสียง่าย หลังจากนั้นนำถั่วมาล้างอีกสักรอบแล้วนำไปนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที พอนึ่งเสร็จแล้วก็พักให้เย็น

นำถั่วที่เย็นแล้วมาปั่นกับน้ำพอประมาณ แต่อย่าน้อยเกินไปนะคะ เดี๋ยวถั่วหนืดไปเครื่องปั่นจะทำงานหนักและไหม้ พอปั่นเสร็จหมดแล้วก็เทใส่หม้อทองเหลืองหรือกระทะเทฟลอน ใส่น้ำตาลทราย น้ำมันพืชหรือกะทิ และเกลือ คนให้พอเข้ากันแล้วนำไปตั้งไฟค่ะ กวนด้วยไฟอ่อนจนถั่วร่อนไม่ติดกระทะ พอกวนเสร็จก็พักไว้ใช้ผ้าคลุมไว้เพื่อไม่ให้ถั่วแห้ง

พอถั่วเย็นแล้วก็เอามาใส่ถุงแล้วนวดอีกครั้งเพื่อให้ถั่วเนียนและสีใสไม่ขุ่น ปั้นเป็นผลไม้หรือสัตว์ต่าง ๆ ตามชอบได้เลย พอเสร็จหลังจากนั้น นำถั่วกวนไปจุ่มสี และทาสี แล้วพักให้สีแห้งสนิท

และนำมาผสมน้ำกับผงวุ้นพักไว้ 10 นาที พอครบเวลาก็นำมาต้มจนเดือด และผงวุ้นละลายหมด เติมน้ำตาลทรายลงไปต้มจนน้ำตาลทรายละลาย ปิดเตา พักพออุ่นหน่อยก่อนนำลูกชุบไปชุบนะคะ ไม่เช่นนั้นสีอาจจะหลุดเลอะเทอะ

พอน้ำวุ้นอุ่นลงบ้างแล้วก็นำลูกชุบไปชุบ ชุบเสร็จก็พักไว้ให้เซตตัวแล้วนำมาชุบซ้ำ 3-4 ครั้ง แล้วแต่ชอบความหนาบางของวุ้นเลย แต่ถ้าวุ้นในชามเริ่มแข็งก็นำไปอุ่นได้ค่ะ ชุบเสร็จหมดแล้วก็พักจนเซตตัว ตกแต่งโดยการใส่ใบแก้ว หรือใบมะยมก็ได้เพียง เท่านี้เราก็จะได้ลูกชอบที่มีสีสันน่ากินเเล้ว…

Read More

ข้าวเหนียวมะม่วง

 

ข้าวเหนียวมะม่วง เมนูขนมไทยที่มีรสชาติ หวาน อมเปรี้ยว เมนูที่ยากจะปฏิเสธเห็นขายตามร้านทั่วไป
ดูแล้วจะทำกินเองดูยากเหลือเกินแต่ถ้าอยากกินเป็นจำนวนมาก ๆ กินกันทั้งครอบครัวแนะนำให้ลองทำเองดู
แม้ขั้นตอนจะดูเยอะหรือใช้เวลานาน แต่เพื่ออาหารที่มีรสชาติเข้มข้นจากฝีมือเราเอง
ใส่เครื่องเต็มที่ไม่ต้องประหยัดมากมาย ทำเองคุ้มค่ากว่า ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลย

ส่วนผสม
ข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 300 กรัม
หัวกะทิ 800 กรัม
ใบเตย 1 มัด
สารส้ม 1 ก้อน

ข้าวเหนียวมะม่วง

วิธีทำ

ใช้สารส้มก้อนขัดข้าวเหนียว (แห้ง) โดยการใช้มือตักขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วมืออีกข้างหนึ่งใช้สารส้มขัดเบาๆ วิธีนี้จะทำให้ข้าวเหนียวเป็นสีสุกใสเมื่อมูนเสร็จ
เติมน้ำลงไปในข้าวเหนียวแห้ง น้ำสูงกว่าข้าว 1.5 นิ้ว และขัดด้วยสารส้มอีกครั้งหนึ่ง ขัดอย่างเบามือ ไม่ให้เมล็ดข้าวแตกหรือหัก ขัดไปจนกว่าน้ำที่เทใส่ลงไปขุ่นเป็นสีขาว และเทน้ำทิ้งได้เลย

ซาวข้าวเหนียว 4 รอบ หรือซาวจนน้ำที่ซาวนั้นใส ไม่ขุ่น จากนั้นก็เทน้ำสะอาดลงไปให้ท่วยข้าวเหนียว สูงกว่าข้าวเหนียว 2 – 3 นิ้ว แช่ทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง
แช่จนได้ที่แล้ว ก็เทข้าวเหนียวใส่กระชอนเพื่อให้สะเด็ดน้ำออกให้หมด จากนั้นก็นำไปนึงใช้เวลา 20 นาที

เตรียมน้ำกะทิสำหรับมูนข้าวเหนียว นำหัวกะทิเทลงชามผสมใบใหญ่ และใส่เกลือและน้ำตาลทรายลงไป ขนให้เข้ากัน และขยำด้วยใบเตย
ขยำจนพอได้กลิ่่นใบเตยและน้ำตาลเกลือละลายจนหมด กรองด้วยกระชอยตาถี่หรือผ้าขาวบางอีกครั้ง

เมื่อข้าวเหนียวสุกดีแล้ว รีบเทข้าวเหนียวในขณะที่ยังร้อน ใส่ลงไปในน้ำกะทิ คนด้วยพายให้น้ำกะทิซึมเข้าไปในข้าวเหนียว
คนเสร็จแล้วปิดฝาให้สนิทใช้เวลา 10 นาที แล้วเปิดฝาขึ้นมาคนต่อโดยการใช้ไม้พายปาดไปมา ปิดฝาต่ออีก 20 นาที
แล้วเปิดขึ้นมาปาดใหม่อีกหนึ่งรอบ ปิดฝาไว้อีก 10 นาที แล้วเราก็ได้ข้าวหนียวมูนเม็ดใสน่ารับประทาน

เตรียมมะม่วงสุก ปอกเปลือกฝานลงบนจาน ตักข้าวเหนียวมูนวางข้างๆ แล้วราดด้วยน้ำกะทิ
ทำตามทุกขั้นตอนก็จะได้ข้าวเหนียวมูนหวานหอมตรามที่ต้องการ เปลี่ยนหน้าได้ไม่จำเป็นต้องเป็นมะม่วงเพียงอย่างเดียว สามารถกินกับอะไรได้หลายอย่าง ลองนำสูตรนี้ไปปรับได้ ไม่ว่ากันค่ะ…

Read More

ขนมครก

 

ขนมครก เมนูขนมไทย ที่เป็นที่นิยม สามารถทำกินเองได้ ง่ายๆ เป็นขนมทอดบนกระทะหลุม เคล็ดลับความอร่อยของขนมไทย
ชนิดนี้ คือ แป้งและกะทิ ที่แป้งต้องเหนียวนุ่น ส่วนกะทิได้รสชาติที่กลมกล่อม พอดีไม่หวานเกินไป วันนี้่เราจะมานำเสอนสุตร เเละวิธีการทำ

ขนมครก

ส่วนผสม

แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
น้ำกะทิ 1 ถ้วยตวง
น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง
น้ำปูนใส 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1 ช้อนชา
ส่วนผสมสำหรับทำน้ำกะทิขนมครก

หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา
เม็ดข้าวโพด , ใบต้นหอม , ฟักทอง ( สำหรับโรยหน้าขนมครก )
น้ำมันพืช

วิธีทำ

เริ่มผสมแป้ง โดยเตรียมภาชนะสำหรับผสมแป้ง ใส่น้ำปูนใสและกะทิลงไป ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ เกลือป่น น้ำสะอาด และ แป้งข้าวเจ้า
ผสมให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งไว้ 30 นาทีให้แป้งดูดน้ำให้อิ่มตัวเต็มที่

เริ่มผสมกะทิ โดยเตรียมภาชนะ ผสมหัวกะทิ น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น และ แป้งข้าวเจ้า ผสมให้ส่วนผสมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ทิ้งเอาไว้ 30 นาที
เตรียมกระทะหลุมสำหรับทอดขนมครกให้ใช้ผ้าชุบน้ำมัน เช็ดหลุมกระทะ เพื่อเวลาเทกะทิลงไปกะทิจะไม่ติดกระทะ สามารถแกะขนมออกง่ายขึ้น

เมื่อกระทะหลุมเริ่มร้อน ให้เทน้ำแป้งลงไปก่อน ให้แป้งเต็มขอบหลุม เพื่อให้แป้งกรอบเป็นทรงขนมครก จากนั้นปิดฝาให้แป้งขนมเซ็ตตัวก่อน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที
เมื่อแป้งเซ็ตตัวได้ที่ประมาณ 50% แล้ว ให้เติมน้ำกะทิลงไปให้เต็มหลุม และปิดฝาอบต่อให้ขนมครกเต็มหลุมและเป็นชิ้น
เมื่อกะทิเริ่มเซ็ตตัว ให้ใส่ท๊อปปิ้งลงไปได้ ตามใจชอบ เมื่อท๊อปปิ้งสุกเต็มที่ ก็แกะขนมครก และ วางประกบกันให้สวยงาม…

Read More

ข้าวต้มมัด ขนมไทยโบราณ

ข้าวต้มมัด ขนมไทยโบราณ ที่ทำจากข้าวเหนียว ห่อใบตอง นำไปนึ่ง ใส่ไส้กล้วย ขนมเมนูนี้ ได้รับความนิยมในการรับประทาน

นิยมทำกินในงานบุญประเภณีต่างๆ ช่วงฤดูการเกี่ยวข้าว ทำอะไรกินดี กล้วยทำอะไรกินดี ง่ายๆ คือ ข้าวต้ม-มัด เมนูขนมไทย ใช้ ข้าวเหนียว กะทิ น้ำตาล ถั่วดำ กล้วย มาห่อกับใบตองและนำไปนึ่ง

ส่วนผสม

ข้าวเหนียว 2 ถ้วย ( ข้าวเหนียวใหม่)
หัวกะทิ 2 ถ้วย
เนื้อมะพร้าวทึนทึกขูด สำหรับโรยหน้าขนม
งาขาวคั่ว สำหรับโรยหน้าขนม
น้ำตาลทราย ครึ่งถ้วย
เกลือ 2 ช้อนชา
กล้วยน้ำหว้าห่ามๆ 5 ลูก
ใบตอง และ ตอก สำหรับห่อใบตอง

วิธีทำ

เครียมถั่วดำ โดยการนำถั่วดำไปแช่น้ำก่อน 1 คืน จากนั้นำไปตัมให้ถั่วดำสุก ให้นำถั่วดำไปแช่น้ำเย็นให้ถั่วดำเซ็ตตัว
เตรียมข้าวเหนียว สำหรับก่อนการนึ่งข้าวเหนียวให้ แช่ข้าวเหนียวก่อน 1 คืนในน้ำอุณหภูมิห้อง
เตรียมกะทิ โดยคั้นน้ำกะทิ เอาหัวกะทิสด ข้นๆ นำไปกรองอย่าให้มีสิ่งสกปรกเจือปน จากนั้นนำไปปรุงรสกะทิ ด้วยการ ต้มหัวกะทิ น้ำตาลทราย และ เกลือ ให้เข้ากันต้มด้วยไฟอ่อนๆ อย่าให้กะทิแตกมัน
จะได้น้ำกะทิอุ่นๆ ให้นำข้าวเหนียวที่แช่น้ำลงไปผสมกับกะทิ ทิ้งเอาไว้ให้น้ำกะทิซึมเข้าเนื้อข้าวเหนียว สังเกตุจากน้ำกะทิจะค่อยๆแห้งลง ข้าวเหนียวจะพร้อมสำหรับนำมาทำขนม
เตรียมกล้วย โดยให้ปลอกเปลือกกล้วยและทำการ ผ่าครึ่งผลกล้วย
เริ่มการห่อ โดย วาง ถั่วดำก่อน ตามด้วย ข้าวเหนียว และ กล้วย ด้วยใบตอง นำมาประกอบคู่ และ มัดด้วยตอก
การนึ่ง ให้เตรียมหม้อนึ่ง ตั้งไฟให้ร้อน นำขนมข้าวต้มห่อใบตอง ไปนึ่งให้สุก ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เสริฟขนมข้าวต้มมัดใส่จานขนม โรยมะพร้าวขูด และ งาคั่ว

แหล่งที่มา nlovecooking

Read More

ขนมผิง

ขนมผิง

ขนมผิง เป็นขนมไทยชนิดหนึ่ง ทำมาจากแป้งผสมกับน้ำตาล แล้วนำไปอบด้วยไฟบนและไฟล่างจนกรอบ

มีรูปร่างแบนคล้ายไข่แมงมุม มีสีเหลืองนวล  วันนี้เราจะมานำเสนอวิธีการทำขนมกัน ได้ด้วยตัวเองมาลองดูเมนูเเล้วไปเข้าครัวเริ่มทำกันได้เลย

ส่วนผสม

1. แป้งมัน 1 กก.
2. น้ำตาลทราย 1/2 กก.
3. หัวกะทิ 2 ถ้วย (คั้นจากมะพร้าวขูดขาว 800 กรัม)
4. ไข่ไก่ 4 ฟอง
ตาทำครั้งนี้ใช้ส่วนผสมเหลือ
1. แป้งมัน 500 กรัม
2. น้ำตาลทรายขาว 250 กรัม
3. น้ำกะทิ 250 กรัม
4. ไข่ไก่ 2 ฟอง

วิธีทำ
มีเพิ่มเติมจากเดิมนิดหน่อย คือ เอาแป้งมันมาคั่วในกระทะให้สุกเหลืองนวลก่อนค่อยเอามาทำขนมค่ะ ถ้าใครอยากได้กลิ่นหอมของใบเตย ก็เอาใบเตยคั่วไปพร้อมกับแป้งเลยค่ะ แต่ตาไม่มี ไม่ใช้
1. คั้นกะทิ ให้ได้ 2 ถ้วย (ไม่คั้นใช้แบบกล่อง 1 กล่อง)
2. ผสมกะทิ น้ำตาลคนพอละลายตั้งไฟเคี่ยวให้เป็นยางมะตูม ยกลงทิ้งไว้ให้พออุ่น
3. พอกะทิอุ่น ใส่ไข่ที่ตีแตกแล้วลงไปคนให้เข้ากัน แล้วค่อยๆ เติมแป้งลงไป นวดให้เข้ากันจนแป้งเนียนไม่ติดชามผสม
4. ปิดแรปพักไว้ 1 คืน เช้ามาเอามานวดใหม่อีกครั้งแล้วค่อยปั้นเป็นก้อนกลมๆ ขนาดประมาณลูกมะเขือพวง วิธีการตามถนัดเลยค่ะ ตาเอามาคลึงให้ยาวๆ ก่อนแล้วค่อยแบ่งเป็นก้อนจะได้ขนาดเท่าๆกันค่ะ
5. เรียงใส่ถาดที่ทาน้ำมัน เอาเข้าอบ จนสุกด้วยไฟ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 12-15 นาทีไฟบนล่าง
6. เอาออกมาพักให้เย็นแล้วเอาไปอบควันเทียน เสร็จแล้วก็เก็บใส่ภาชนะปิดมิดชิดจ้า

แหล่งที่มา tuktajurairat.blogspot

Read More

เค้กสตอเบอรี่ Strawberry Cake

 

เค้กสตอเบอรี่

 

เค้กสตอเบอรี่ Strawberry Cake เค้กยอดนิยมตลอดกาลสำหรับสาวๆเรียกได้ว่าแถบจะหลงรักเมนูขนมอบนี้เป็นพิเศษเพราะหน้าตาและสีสันสวยงามดูน่ารับประทาน รสชาติหวานอมเปรี้ยวสตอเบอรี่แน่นๆลูกโตๆและครีมก็ยังไม่หนักจนเกินไปเพราะใช้วิปปิ้งครีมไม่ใช่เนย วันนี้เรามาลองดูวิธีการทำกันดีกว่า

ส่วนผสมตัวเค้ก

1. เนยจืดหั่นเต๋า 100 กรัม
2.ไข่ไก่ 2 ฟอง
3. แป้งเค้ก 100 กรัม
4. เกลือ 1/2 ชช.
5. ผงฟู 1 ชช.
6. ไอซ์ซิ่ง 80 กรัม
7. นมสด 1/2ถ้วย
8. กลิ่นวนิลา 1ชช.

ส่วนผสมแต่งหน้าเค้ก

1. วิปปิ้งครีม 300 มล.
2. ไอซ์ซิ่ง 70 กรัม
3. เกลือ 1/2 ชช.
4. กลิ่นวนิลา 1 ชช.
5. สตอเบอรี่ 1 ถ้วย (หั่นสไลด์)
6. สตอเบอรี่ 5 ลูก

อุปกรณ์ที่ใช้
เครื่องตีเค้ก พิมพ์กรุกระดาษไข ตะแกรง

วิธีทำ
1. ร่อนแป้ง , เกลือ , ผงฟู เข้าด้วยกัน พักไว้ก่อน
2. ตีเนยให้ขึ้นฟู ค่อยๆเติมไอซ์ซิ่งลงไป ตีด้วยความเร็วสูงสุด ประมาณ 5 นาที
3. เติมไข่ไก่ลงไปทีละ 1 ฟอง ตีให้เข้ากันดีแล้วจึงค่อยเติมกลิ่นวนิลาลงไป
4. ลดความเร็วลงต่ำสุด เติมแป้งที่ร่อนแล้วลงไปทีละน้อย สลับกับเติมนมทีละะน้อย เติมจนนมและแป้งหมด
5. ทาเนยขาวในพิมพ์กรุกระดาษไขให้ทั่วพิมพ์เค้ก เทเค้กลงไปเกลี่ยหน้าให้เนียน
6. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศา 30 นาที
7. ตีวิปปิ้งครีมด้วยความเร็วสูงสุดจนขึ้นฟู (ต้องนำวิปปิ้งครีมไปแช่ในช่องฟรีซ 30 นาที ก่อนจะนำมาตีให้ขึ้นฟู ไม่อย่างนั้นจะตีไม่ขึ้น)
8. เติมเกลือและไอซ์ซิ่ง , กลิ่นวนิลาลงไป เมื่อผสมจนครีมขึ้นฟูดีแล้ว นำเข้าตู้เย็นพักไว้ก่อน (ถ้าอยู่ในอุณหภูมิห้อง วิปปิ้งครีมจะยุบตัว)
9. เมื่อเค้กสุกดีแล้ว ดึงกระดาษไขออกคว่ำหน้าเค้กลงบนตะแกรงและพักไว้
10. ตัดเค้กแบ่งเป็น 2 ชั้น ปาดครีมเค้กบางๆบนเค้กชั้นที่ 1 จัดเรียงสตอเบอรี่ สไลด์ลงไปให้ทั่วเค้ก
11.วางเค้กชั้นที่ 2 ลงไป ปาดครีมให้ทั่วหน้าเค้ก บีบครีมด้วยหัวบีบรูปดาว รอบๆเค้ก ตกแต่งด้วยสตอเบอรี่สด เป็นอันเสร็จ

แหล่งที่มา foodtravel

Read More

ขนมครก

 

ขนมครก

ขนมครก ที่เราเห็นหรือกินกันมาตั้งแต่เด็ก สมัยนั้นการแคะขนม-ครกเป็นกิจกรรมที่เด็กทุกคนใฝ่ฝัน เวลาเล่นขายของก็ชอบจำลองเป็นแม่ค้าขายขนมครก

ตอนนี้โตแล้วทำเองได้ทำขายดีรวย กับสูตร ขนมครก ขนมไทยโบราณ ใส่ได้หลายหน้า
เมนู “ขนมครก” ชาววัง กะทิข้น หวานมันกำลังดี บรรจงหยอดแป้งลงหลุม ใส่เครื่องแน่นสะใจ จะต้นหอมหรือข้าวโพดก็อร่อยไม่แพ้กัน ! มาลองดูส่วนผสม และ ทำพร้อม ๆกันเลย

ส่วนผสม

กะทิ 1 ถ้วย
แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
น้ำอุ่น 1 ถ้วย
น้ำปูนใส 3 ช้อนโต๊ะ
ข้าวสุก 1/4 ถ้วย
กะทิ 1/4 ถ้วย (สำหรับใส่เครื่องปั่น)
น้ำตาลทราย 4 ช้อนชา
เกลือ 1/2 ช้อนชาน้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย
เกลือ 1 ช้อนชา
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
หน้าขนม

ข้าวโพด
ต้นหอมซอย
ฟักทอง

วิธีทำ

ทำส่วนผสมของตัวขนมครกก่อน ผสมกะทิ แป้งข้าวเจ้า น้ำอุ่น และน้ำปูนใสในชามผสม คนให้เข้ากัน
นำข้าวสุกไปปั่นในเครื่องปั่นโดยใส่น้ำกะทิ 1/4 ลงไป ตามด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ ปั่นให้ข้าวละเอียด เทส่วนผสมนี้ลงชามกะทิของข้อที่ 1
ทำหน้าขนมครกแยกไว้อีกหนึ่งชามโดยใส่กะทิ น้ำตาลทราย เกลือและแป้งข้าวเจ้า คนให้เข้ากัน
เตรียมกระทะหลุมสำหรับทำขนมครก ทาน้ำมันพืชให้ทั่วกระทะ เทกะทิที่เป็นตัวขนมลงไปก่อน เทให้เกือบถึงขอบหลุม
ทิ้งไว้สักพักรอให้ตัวขนมสุกดี แล้วเทกะทิส่วนของหน้าขนมตามลงไป โรยด้วยหน้าต่างๆ ที่เตรียมไว้ เช่น ข้าวโพด ต้นหอม และฟักทอง
เมื่อเริ่มเห็นว่าหน้าขนมเริ่มสุก ใช้ช้อนตักขึ้นมาพักไว้รอเสิร์ฟได้เลย

แหล่งที่มา food.mthai

Read More

ขนมชั้น

ขนมชั้น เป็นขนมไทยอีกหนึ่งอย่างที่นิยมกินกันเป็นอย่างมาก เพราะหาซื้อได้ง่าย ๆ มีเนื้อที่เหนียวนุ่ม รสชาติหวานละมุน

ทางคนไทยมีความเชื่อว่าจะต้องหยอดขนมให้ได้ 9 ชั้น จึงจะเป็นศิริมงคลเจริญก้าวหน้า เรามาลองดู วัตุดิบ แล้วไปลงมือทำพร้อม ๆกันเลย

ส่วนผสม

• น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วย
• น้ำกะทิ 4 ถ้วย
• แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
• แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วย
• แป้งท้าวยายม่อม 1 1/2 ถ้วย (หรือแป้งถั่วเขียว)
• น้ำใบเตยคั้นเข้มข้น 1/2 ถ้วย
• น้ำหอมกลิ่นมะลิผสมน้ำ 1/2 ถ้วย
• ถาดหรือพิมพ์สี่เหลี่ยมสำหรับนึ่งขนม (ขนาด 10×10 นิ้ว หรือ 8×8 นิ้ว)

วิธีทำ

• ใส่น้ำตาลทรายและกะทิลงในหม้อ คนผสมให้เข้ากันแล้วนำขึ้นตั้งไฟปานกลางประมาณ 5 นาที จนน้ำตาลทรายละลาย (ไม่ต้องรอให้เดือด) ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น
• นึ่งถาดหรือพิมพ์ในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือด ประมาณ 15 นาที เตรียมไว้
ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมันสำปะหลัง และแป้งท้าวยายม่อมเข้าด้วยกัน ค่อย ๆ เทส่วนผสมน้ำกะทิลงไป ใช้มือนวดแป้งให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว นวดประมาณ 15 นาที จนแป้งไม่จับตัวเป็นก้อน จากนั้นนำไปกรองด้วยตะแกรง
• แบ่งแป้งเป็น 2 ถ้วย โดยถ้วยที่ 1 ผสมกับน้ำใบเตย และถ้วยที่ 2 ผสมกับน้ำมะลิ คนผสมให้เข้ากัน เตรียมไว้
ทำชั้นที่ 1 โดยเทส่วนผสมสีขาว (เทส่วนผสมทุกชั้นประมาณ 1/3 ถ้วย) ลงในพิมพ์ ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที เปิดฝา เทส่วนผสมสีเขียวลงไป ปิดฝา นึ่งประมาณ 5 นาที ทำซ้ำเช่นเดิม สลับชั้นกันจนหมดแป้ง จะได้ประมาณ 9-10 ชั้น โดยชั้นสุดท้าย ให้นึ่งประมาณ 7 นาที ยกออกจากชุดนึ่ง วางพักทิ้งไว้จนเย็นสนิท (ประมาณ 3 ชั่วโมง)
นำขนมออกจากถาด จุ่มมีดลงในน้ำร้อน กดลงบนขนมเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

แหล่งที่มา cooking.kapook

Read More

ทองหยอด ขนมไทยโบราณ

 

ทองหยอด ขนมหวานไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีมากมายหลายชนิด นับว่าเป็นขนมมงคลคู่งานประเพณีไทยอย่างขนม ทองหยอด

ที่มีชื่อที่เป็นมงคล ขาดไม่ได้ในงานบุญ เเละเป็นเมนูที่ทำได้ไม่ยาก มาดูส่วนผสมและวิธีการทำแล้วไปลองกันได้เลย

ส่วนผสม

ไข่เป็ด 20 ฟอง
แป้งข้าวเจ้า10 ถ้วย
น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
น้ำลอยดอกไม้ 1 1/2 ถ้วยตวง
กระทะทองเหลือง

ขั้นตอนเเละวิธีการทำ

ทำการแยกไข่แดงและไข่ขาวออกจากกัน ส่วนที่ต้องการคือไข่แดง ส่วนไข่ขาวเก็บไว้ไปประกอบอาหารอย่างอื่น
นำไข่แดงวางบนผ้าขาวบาง แล้วบีบไข่แดงลงไปในชามผสมเพื่อกรองเยื่อไข่แดงให้ไข่เนียนยิ่งขึ้น ตีไข่แดงให้ขึ้นฟูแล้วใส่แป้งข้าวเจ้าลงไปตีอีกครั้งให้เข้ากัน
ผสมน้ำลอยดอกไม้และน้ำตาลทราย ตั้งไฟแรงจนน้ำตาลเดือดพร้อมกับเคี่ยวใช้เวลาประมาณ 20 นาที จนกลายเป็นน้ำเชื่อมข้น
เสร็จแล้วเทส่วนน้ำเชื่อมแยกไว้ในอ่างสำหรับแช่ทองหยอด และส่วนอีกส่วนให้ตั้งไฟไว้สำหรับหยอดทองหยอด
ต้มน้ำเชื่อมให้เดือดฟูตลอด ใช้ปลายช้อนแกงตักแป้งขึ้นมา กะปริมาณให้พอเหมาะ ใช้นิ้งโป้งดันแป้งลงไปในกระทะ
ขนมลอยขึ้นมาแสดงว่าสุกแล้ว ใช้กระชอนตักขนมขึ้นมาแล้วนำมาพักไว้ในชามน้ำเชื่อมที่แยกไว้ จากนั้นก็ตักขึ้นมาใส่ห่อขนมที่เตรียมไว้ได้เลย

แหล่งที่มา food.mthai

Read More